อาการเหนื่อยง่ายผิดปกติ หรือรู้สึกอึดอัดเวลาต้องนอนราบ อาจไม่ใช่เพียงเรื่องความเหนื่อยล้าจากการทำงาน แต่อาจเป็นสัญญาณอันตรายของ “โรคลิ้นหัวใจ” ภัยเงียบที่ทำร้ายหัวใจอย่างช้า ๆ ซึ่งหากปล่อยไว้จนถึงขั้นรุนแรงอาจส่งผลให้เกิดภาวะน้ำท่วมปอด หัวใจโต หรืออัมพฤกษ์-อัมพาตได้
นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาล และอายุรแพทย์ผู้ชำนาญการโรคหัวใจ ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด รพ.วิมุต ระบุว่า โรคลิ้นหัวใจ (Valvular Heart Disease) เกิดจากความผิดปกติของลิ้นหัวใจทั้ง 4 ลิ้น ทั้งในรูปแบบของ ลิ้นหัวใจรั่ว และ ลิ้นหัวใจตีบ ทำให้การไหลเวียนเลือดติดขัดและหัวใจต้องทำงานหนักขึ้น
เช็กสัญญาณเตือนและกลุ่มเสี่ยง
โรคนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในผู้สูงอายุเท่านั้น แต่สามารถพบได้ในทุกช่วงวัย:
- กลุ่มเด็กเล็ก: มักพบความผิดปกติมาแต่กำเนิดหรือจากการติดเชื้อรุนแรง
- กลุ่มผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ: เกิดจากความเสื่อมตามสภาพร่างกาย การมีแคลเซียมหรือไขมันเกาะที่ลิ้นหัวใจ
- อาการที่ต้องเฝ้าระวัง: เหนื่อยง่าย อ่อนเพลียโดยไม่มีสาเหตุ อึดอัดเวลานอนราบ หรือมีอาการขาบวม
แพทย์แนะนำว่าผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจเช็กสุขภาพหัวใจแม้จะยังไม่มีอาการ เพื่อประเมินความเสี่ยงผ่านการเอกซเรย์ปอด, ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG), การทำอัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram) หรือการวิ่งสายพาน (EST)
TAVI: นวัตกรรมเปลี่ยนลิ้นหัวใจโดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าอก
ในอดีต การรักษาโรคลิ้นหัวใจในระยะรุนแรงจำเป็นต้องใช้วิธีผ่าตัดเปิดหน้าอก ซึ่งต้องหยุดการทำงานของหัวใจและใช้เวลาพักฟื้นนาน แต่ปัจจุบัน รพ.วิมุต ได้นำเทคโนโลยี TAVI (Transcatheter Aortic Valve Implantation) มาเป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้ป่วยมากขึ้น
- แผลเล็ก: เป็นการใส่ลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวน
- ความเสี่ยงต่ำ: ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่และไม่ต้องหยุดการทำงานของหัวใจ
- ฟื้นตัวไว: ผู้ป่วยใช้เวลาพักฟื้นเพียง 1-2 วัน ก็สามารถกลับบ้านได้ (เทียบกับการผ่าตัดแบบเดิมที่ต้องพักฟื้นนานถึง 2 สัปดาห์)
แนวทางการป้องกันและการดูแลตนเอง
นพ.สุวาณิช เน้นย้ำว่าการป้องกันคือเกราะที่ดีที่สุด เริ่มต้นได้จากการปรับไลฟ์สไตล์ ดังนี้:
- ตรวจสุขภาพหัวใจ: เริ่มตั้งแต่อายุ 35 ปี หากปกติควรตรวจซ้ำทุก 5 ปี
- ควบคุมโรคประจำตัว: จัดการความดันโลหิต เบาหวาน และไขมันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
- ปรับพฤติกรรม: คุมน้ำหนัก ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่
สำหรับผู้ที่ต้องการปรึกษาหรือตรวจคัดกรอง สามารถติดต่อศูนย์หัวใจและหลอดเลือด ชั้น 6 โรงพยาบาลวิมุต หรือทำนัดหมายผ่าน ViMUT Application เพื่อรับคำแนะนำจากทีมแพทย์เฉพาะทางอย่างใกล้ชิด
–SGU เผยสถิติมะเร็งไทยพุ่งวันละ 400 ราย เร่งปั้นแพทย์รุ่นใหม่เสริมทัพสาธารณสุขโลก







