ตรุษจีน วาเลนไทน์คึกคัก คาดเงินสะพัดกว่า 6 หมื่นล้านบาท

ผศ.ดรธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ และธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยผลสำรวจการจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาลตรุษจีน และวาเลนไทน์ในปีนี้ จะมีเม็ดเงินสะพัดรวมกันกว่า 60,000 ล้านบาทหรือประมาณ 0.3% ของจีดีพี ซึ่งเป็นเม็ดเงินที่สูงที่สุดในรอบกว่า 10 ถึง 11 ปี และแสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมากขึ้น แม้ว่าจะยังคงกระจุกตัวอยู่

โดยในเทศกาลตรุษจีน น่าจะมีเม็ดเงินสะพัดกว่า 56,860 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 3.52% จากปีก่อน และสูงสุดในรอบกว่า 10 ปี ที่เคยสำรวจมา โดยประชาชนระบุกว่า 57.6 % มีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจ และรายได้เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน รวมถึงราคาสินค้ามีแนวโน้มแพงขึ้น ขณะที่กว่า 23.6 % มีการใช้จ่ายลดลงโดยให้เหตุผลว่าต้องการลดค่าใช้จ่าย ส่วนที่เหลือ 18.8% ไม่เปลี่ยนแปลงส่วนราคาสินค้าช่วงตรุษจีนปีนี้ ประชาชน 67.8 % ระบุแพงขึ้น

ขณะที่การใช้จ่าย 5 อันดับแรก ยังคงเป็นซื้อของเซ่นไหว้เป็นอันดับ 1 ด้วยค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 4,155.73 บาท รองลงมาคือการไปทำบุญ 2,048.22 บาท อันดับที่ 3 ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 2,714.96 บาท อันดับที่ 4 ให้แต่ะเอีย 4,008.16 บาทและอันดับที่ 5 ซื้อเสื้อผ้ารองเท้า 1,446.35 บาท

ขณะที่ผลสำรวจช่วงวันวาเลนไทน์ ปี 2561 นายธนวรรธน์ ระบุว่า จะมีเม็ดเงินสะพัดกว่า 3,822.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.1 % สูงสุดในรอบ 11 ปี และมีการใช้จ่ายต่อหัวอยู่ที่ 2,394.80 ล้านบาท สาเหตุที่เพิ่มขึ้นมาจากราคาสินค้าที่แพงขึ้น และรายได้ที่ดีขึ้น

โดยการใช้จ่ายสูงสุดคือการซื้อดอกไม้ให้แก่กัน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 350.99 บาทต่อคน เดินเที่ยวห้างใช้จ่าย 1,240 .16 บาท และ ซื้อของขวัญ ใช้จ่าย 1,123.89 บาท

ทั้งนี้มีความคิดเห็นเชิงสังคมที่น่าสนใจกว่า 70.2 % ว่า วันวาเลนไทน์ก่อให้เกิดการมีเพศสัมพันธ์ ก่อนวัยอันควร อีก 66.5 % คิดว่าก่อให้เกิดการล่วงละเมิดทางเพศ และ 63.5 % หวังว่าการเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันวาเลนไทน์ จะช่วยให้วัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์ลดลง

Related Posts

Scroll to Top