นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ตรวจสอบการก่อสร้างโครงการรถไฟไทย-จีน เส้นทาง กรุงเทพ-นครราชสีมา ช่วงที่ 1 (กลางดง-ปางอโศก) ระยะทาง 3.5 กม. ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยให้กรมทางหลวงทำการก่อสร้าง ล่าสุดเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงได้เข้าพื้นที่ดำเนินการเคลียร์พื้นที่ก่อสร้าง ถางป่า ขุดตอ ก่อสร้างที่พักเจ้าหน้าที่และจัดเตรียมสำนักงานแล้วเสร็จ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมงานก่อสร้างงานดินตัด และงานก่อสร้างแปลงทดสอบ รวมถึงงานปักหมุดเพื่อทำหลักฐานในงานก่อสร้าง โดยภาพรวมขณะนี้คืบหน้าแล้วราว 7% จากแผนงานทั้งหมด ทั้งนี้เนื่องจากกรมทางหลวงอยู่ระหว่างการรอเงินค่าก่อสร้างจากการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งขณะนี้การรถไฟฯ รับปากจะจัดส่งเงินค่าก่อสร้างให้ได้ภายในสัปดาห์หน้า และเมื่อกรมทางหลวงได้รับเงินค่าก่อสร้างดังกล่าว ก็จะสามารถทำการจัดซื้อจัดจ้างและดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามกำหนดซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 4เดือนจะแล้วเสร็จตามที่ได้รับมอบหมาย พร้อมทั้งระบุว่าเบื้องต้นเม็ดเงินลงทุนก่อสร้างที่ รฟท.ประเมินไว้ที่ 425 ล้านบาท เมื่อลงนามในสัญญาซึ่งตัดค่าภาษีมูลค่าเพิ่มออกไปจะเหลืออยู่กว่า 398 ล้านบาท อย่างไรก็ตามกรมทางหลวง พยายามหาแนวทางในการลดค่าก่อสร้างลง ด้วยการใช้วัสดุก่อสร้างภายในประเทศกว่า 90% ซึ่งเป็นวัสดุที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจากทางการจีนแล้วว่าสามารถใช้ในการก่อสร้างได้ ก็ส่งผลให้ต้นทุนก่อสร้างลดลงเหลือ 330 ล้านบาท คิดเป็นประหยัดไปได้ราว 15-20% แต่ทั้งนี้มีงานก่อสร้างถนนคู่ขนานด้านข้าง Service Road และ Access Road ที่กรมทางหลวงต้องทำเพิ่มเติม จึงทำให้เงินค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นเล็กเป็น 371 ล้านบาท แต่ก็ยังถือว่าประหยัดงบก่อสร้างลงได้กว่า 10% พร้อมระบุว่าสำหรับการก่อสร้างช่วงที่เหลือนั้น กรมทางหลวงพร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษาให้ รฟท.ในการเจรจาต่อรองราคา และตรวจสอบคุณสมบัติวัสดุก่อสร้าง
ทั้งนี้งานก่อสร้างจะประกอบด้วยงานหลักๆ 7 งาน ได้แก่ งานโครงการชั้นทางรถไฟความเร็วสูง งาน Service Road และ Access Road งานย้ายรางรถไฟเดิม รวมระยะทาง 900 เมตร งานระบายน้ำ งาน Culvert งานฺ Bridge และงาน Miscellaneous




