นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้แสดงทัศนะต่อสถานะและศักยภาพของอุตสาหกรรมสุขภาพของไทย ในงาน Dinner Talk ที่จัดโดย TCELS โดยระบุว่า อุตสาหกรรมนี้มี อัตราการเติบโตที่ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับสาขาอื่น ๆ และมีศักยภาพที่โดดเด่นในการเป็น “เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่” ของประเทศ อย่างไรก็ตาม การจะก้าวไปสู่จุดนั้นได้อย่างเต็มที่กำลังเผชิญกับ ความท้าทายเชิงโครงสร้าง 3 ด้าน “กฎหมายล้าสมัย-บุคลากรขาดแคลน-ระบบทุนไม่เอื้อ” พร้อมแนะต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
ศักยภาพโดดเด่น: ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ไทยได้เปรียบ
อดีตนายกรัฐมนตรีได้ชี้ถึงปัจจัยเชิงโครงสร้างที่สนับสนุนให้ไทยมีศักยภาพในการเป็นผู้นำด้านสุขภาพ ได้แก่:
- สังคมสูงวัย (Aging Society): การที่สังคมก้าวเข้าสู่ภาวะสูงวัย ส่งผลให้มีความต้องการด้านสุขภาพและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น
- ความต้องการเทคโนโลยีใหม่: ความต้องการที่หลากหลายและซับซ้อนของผู้บริโภคที่ต้องการนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาตอบโจทย์
- ระบบสุขภาพได้รับการยอมรับ: ระบบสุขภาพและบุคลากรสาธารณสุขของไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ทำให้มีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามารับบริการ (Medical Tourism) เป็นจำนวนมาก
นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่า ปัจจัยเหล่านี้เป็น ลมส่ง ที่ทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการเติบโตอย่างแน่นอน
3 จุดอ่อนเชิงโครงสร้าง ที่รอการแก้ไข
แม้จะมีศักยภาพสูง แต่การเติบโตของอุตสาหกรรมนี้กลับถูกพันธนาการด้วยจุดอ่อนเชิงโครงสร้างที่คล้ายคลึงกับหลายอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ดังนี้:
- กฎระเบียบและขั้นตอนล่าช้า: บรรดากฎระเบียบและขั้นตอนการอนุมัติอนุญาตที่ซับซ้อนและล่าช้า โดยเฉพาะกระบวนการตั้งแต่ การวิจัยไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) ซึ่งผู้ประกอบการต้องเผชิญกับ “การรอคอย” จากหน่วยงานต่าง ๆ หลายหน่วยงาน
- บุคลากรทักษะตรงขาดแคลน: แม้คุณภาพบุคลากรสาธารณสุขโดยรวมดี แต่ยังมีความ ขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะด้าน ในสายงานวิจัยและการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยตรง
- ระบบนิเวศทุนไม่เอื้อ: ปัญหา “ข้อต่อ” ระหว่างการวิจัย การพัฒนา และ การระดมทุน ยังเป็นจุดอ่อน เนื่องจากระบบการเงินของประเทศยังคุ้นชินกับการพึ่งพาระบบธนาคาร ซึ่งไม่สอดคล้องกับวิธีการระดมทุนที่จำเป็นสำหรับธุรกิจนวัตกรรมและสตาร์ทอัพ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่อง มาตรฐานของห่วงโซ่อุปทาน ที่ยังมุ่งเน้นการผลิตยาสามัญ (Generic) และยังต้องนำเข้าสารออกฤทธิ์ ทำให้ไม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้เต็มที่ รวมถึงความไม่ชัดเจนของ กติกาการโฆษณา ซึ่งสร้างความสับสนและเป็นอุปสรรคต่อผู้ประกอบการ
ข้อเสนอเชิงนโยบาย: ปฏิรูปเชิงระบบก่อนเลือกตั้ง
นายอภิสิทธิ์ เน้นย้ำว่า ปัญหาเหล่านี้ต้องการ นโยบายที่สอดคล้องกันทั้งระบบ และจะต้องมีการแก้ไขกฎหมายหรือปรับปรุงระบบให้ทันสมัย โดยมีหลักการสำคัญ 3 ประการคือ:
- กฎระเบียบต้องไม่เป็นอุปสรรค
- ความเพียงพอของคนที่มีทักษะเกี่ยวข้อง
- การสร้างระบบนิเวศเรื่องทุน
สำหรับรัฐบาลที่เหลือระยะเวลาจำกัด นายอภิสิทธิ์ มองว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะแก้ไขกฎหมายในระยะสั้น ดังนั้น ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม ควรใช้โอกาสนี้ในการ เตรียมข้อเสนอที่เป็นระบบ เสนอต่อพรรคการเมืองต่าง ๆ เพื่อใช้ในการรณรงค์หาเสียงและผลักดันเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลชุดใหม่หลังการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นแนวทางที่มีความเป็นจริงและยั่งยืนมากกว่า







