สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาตึงเครียดและน่าจับตามองอีกครั้ง เมื่อมีรายงานว่าอิหร่านได้ยื่นข้อเสนอใหม่ต่อสหรัฐฯ เพื่อขอเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซและยุติสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ โดยแลกกับการเลื่อนการเจรจาประเด็นนิวเคลียร์ออกไปก่อน ท่ามกลางบรรยากาศการเจรจาที่ยังเต็มไปด้วยความสับสน
ความพยายามทางการทูตที่ยังไร้ข้อสรุป
แม้จะมีรายงานเรื่องข้อเสนอใหม่จากฝั่งอิหร่าน แต่ความหวังในการเจรจาระดับพ่วงโต๊ะกลับต้องชะงักลง เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งยกเลิกแผนการส่งตัวแทนพิเศษไปยังกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เพื่อพูดคุยกับอิหร่าน
โดยทรัมป์ระบุว่าภายในผู้นำอิหร่านเองยังมีความขัดแย้งและสับสนอย่างหนัก พร้อมย้ำว่าหากอิหร่านต้องการคุยก็แค่โทรศัพท์มา เพราะตอนนี้สหรัฐฯ เป็นผู้ถือไพ่เหนือกว่าในทุกด้าน
ขณะที่ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้เดินทางออกจากปากีสถานมุ่งหน้าสู่รัสเซียแล้ว หลังจากร่วมหารือกับผู้นำปากีสถานเพื่อพยายามรื้อฟื้นการเจรจา แต่ทางโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยืนยันว่า ยังไม่มีกำหนดการพบปะโดยตรงระหว่างเจ้าหน้าที่อิหร่านและสหรัฐฯ ในขณะนี้
ตลาดพลังงานผันผวน น้ำมันดิบพุ่งรับความเสี่ยง
ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดพลังงาน โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ทะยานขึ้นเหนือ 106 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI ขยับขึ้นมาอยู่ที่ราว 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าการหยุดชะงักของเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซจะลากยาวกว่าที่คาด
ด้าน Goldman Sachs ได้ปรับคาดการณ์ราคาน้ำมัน Brent ในช่วงปลายปี 2026 ขึ้นเป็น 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (จากเดิม 80 ดอลลาร์) โดยระบุว่าสต็อกน้ำมันทั่วโลกกำลังลดลงในอัตราที่รวดเร็วเป็นประวัติการณ์ และการฟื้นตัวของการส่งออกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียอาจล่าช้าออกไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน
ผลกระทบวงกว้าง: จากพลังงานสู่ราคาอาหารโลก
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่ราคาน้ำมัน แต่กำลังลามไปถึงก๊าซธรรมชาติ (LNG) ซึ่งราคาในยุโรปพุ่งสูงขึ้นกว่าช่วงก่อนสงครามถึง 1 ใน 3 ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตปุ๋ยและสินค้าเกษตรสูงขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นคลื่นความร้อนแรงของราคาอาหารและภาวะเงินเฟ้อในไตรมาสหน้า
นอกจากนี้ยังกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมในกลุ่มแร่ธาตุสำคัญ เช่น ฮีเลียม อะลูมิเนียม และซัลเฟอร์ อีกด้วย
ตลาดหุ้นยังแกร่ง รับอานิสงส์กระแส AI
แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ตลาดหุ้นทั่วโลกยังแสดงความแข็งแกร่งอย่างน่าประหลาดใจ โดยดัชนีสำคัญอย่าง Nikkei 225 ของญี่ปุ่น และ Kospi ของเกาหลีใต้ ต่างพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่
นักวิเคราะห์มองว่าตลาดกำลังเกิดแรงค้ำยันระหว่าง “ความเสี่ยงจากสงคราม” และ “ความร้อนแรงของเทคโนโลยี AI” ซึ่งในขณะนี้กระแส AI ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาดให้เดินหน้าต่อได้
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องติดตามการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ในสัปดาห์นี้ ซึ่งผลการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยจะเป็นตัวกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่ยังไม่คลี่คลาย
–อิหร่านเบรกดีล! ปฏิเสธพบตัวแทน “ทรัมป์” ในปากีสถาน แม้สหรัฐฯ ส่ง “จาเร็ด คุชเนอร์” ร่วมโต๊ะ







