Thai Union ดัน Space-F รุ่น 7 ปั้น Food Tech สัญชาติไทยบุกตลาดโลก ชูโมเดลความร่วมมือรัฐ-เอกชน สร้างเม็ดเงินระดมทุนกว่า 250 ล้านเหรียญ

Thai Union ดัน Space-F รุ่น 7 ปั้น Food Tech สัญชาติไทยบุกตลาดโลก ชูโมเดลความร่วมมือรัฐ-เอกชน สร้างเม็ดเงินระดมทุนกว่า 250 ล้านเหรียญ

ดร.คริสโตเฟอร์ โอราน Group Discovery & Development Lead จาก Thai Union Group เปิดเผยถึงความสำเร็จและทิศทางของโครงการ Space-F ซึ่งเป็นโครงการบ่มเพาะและเร่งการเติบโตทางธุรกิจสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีอาหาร (Food Tech) ระดับโลกแห่งแรกในประเทศไทย โดยระบุว่า Space-F เกิดขึ้นจากความร่วมมือภายใต้กลยุทธ์ “Quadruple Helix” ที่ผสานพลังระหว่างภาครัฐ (NIA) ภาคการศึกษา (มหาวิทยาลัยมหิดล) และภาคเอกชนชั้นนำ เพื่อยกระดับประเทศไทยจาก “ครัวของโลก” ให้กลายเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารระดับสากล

นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2019 โครงการได้พิสูจน์ความสำเร็จผ่านการบ่มเพาะสตาร์ทอัพมาแล้วกว่า 100 ราย จาก 18 ประเทศทั่วโลก โดยพบว่า 55% เป็นสตาร์ทอัพสัญชาติไทย ซึ่งปัจจุบันสามารถระดมทุนรวมได้สูงถึง 252 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 9,000 ล้านบาท) สะท้อนถึงศักยภาพของเทคโนโลยีอาหารไทยในสายตาผู้ลงทุนระดับโลก

ชูจุดเด่น Sector-Specific เจาะลึกอุตสาหกรรมอาหารโดยเฉพาะ

ดร.คริสโตเฟอร์ กล่าวว่าสิ่งที่ทำให้ Space-F แตกต่างจากโครงการ Accelerator อื่นๆ คือการเป็นโปรแกรมที่มุ่งเน้นเฉพาะทาง (Sector-Specific) โดยสตาร์ทอัพจะได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์จริง ตั้งแต่การขยายขนาดเทคโนโลยี (Scaling) การจัดการด้านกฎระเบียบข้อบังคับ ไปจนถึงการเข้าถึงข้อมูลอินไซต์ของผู้บริโภคจากบริษัทชั้นนำอย่าง Thai Union, ThaiBev และ Nestle นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายพันธมิตรจาก 35 ประเทศที่พร้อมสนับสนุนการขยายธุรกิจสู่ต่างแดน

กลยุทธ์ In-and-Out: สร้างความแข็งแกร่งจากภายในสู่สากล สำหรับโครงการรุ่นที่ 7 นี้ ยังคงใช้กลยุทธ์ “In-and-Out” อย่างเข้มข้น ดังนี้:

  • In-bound: บ่มเพาะสตาร์ทอัพในประเทศให้แข็งแกร่ง เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและพันธมิตรจากต่างชาติเข้ามายังไทย
  • Out-bound: ผลักดันสตาร์ทอัพที่มีเทคโนโลยีพร้อมใช้งาน (Accelerator Program) ให้ใช้ไทยเป็นฐานยิง (Launchpad) ในการขยายตลาดไปทั่วโลก พร้อมสร้างบุคลากรสาย Food Tech รุ่นใหม่ผ่านการจ้างงานในระบบนิเวศ

มุ่งเน้นนวัตกรรมตอบโจทย์โลกอนาคต Space-F รุ่นล่าสุดจะมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีตลอดห่วงโซ่อุปทานอาหาร (Food Supply Chain) โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่:

  • ความยั่งยืน ความปลอดภัยทางอาหาร และการฟื้นตัวของระบบอาหาร
  • ระบบอัตโนมัติ (Automation) และโภชนาการเฉพาะบุคคล (Personalized Nutrition) เพื่อตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัย
  • ส่วนผสมอาหารใหม่ๆ (New Ingredients) เพื่อสุขภาพและลดต้นทุนพลังงาน
  • การใช้ Data ในฝั่งผู้บริโภคและร้านอาหาร เพื่อนำข้อมูลกลับมาพัฒนากระบวนการผลิต

“เป้าหมายของเราใน Batch 7 คือการสร้างสถิติใหม่ โดยตั้งเป้าให้สตาร์ทอัพในโครงการสามารถระดมทุนได้ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านเหรียญสหรัฐภายในช่วงเวลาของโปรแกรม เพื่อตอกย้ำว่าระบบนิเวศ Food Tech ของไทยกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดและยั่งยืน” ดร.คริสโตเฟอร์ กล่าวทิ้งท้าย

อว. ผนึกกำลังยักษ์ใหญ่เปิดตัว SPACE-F รุ่น 7 ดันไทยขึ้นแท่น FoodTech Hub โลก

Scroll to Top