ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการขั้นเด็ดขาด สั่งการให้กองทัพเรือสหรัฐฯ เริ่มดำเนินการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) โดยมีผลในทันที หลังจากความพยายามในการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามอิหร่าน ณ ประเทศปากีสถาน ประสบความล้มเหลว
ทรัมป์เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ จะเริ่มกระบวนการสกัดกั้นเรือทุกลำที่พยายามเดินทางเข้าหรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซในเร็วๆ นี้ โดยระบุว่าจะมีประเทศอื่นๆ เข้าร่วมในปฏิบัติการปิดล้อมครั้งนี้ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้อิอิหร่านแสวงหาผลประโยชน์จากการกระทำที่เขาเรียกว่า “การกรรโชกทรัพย์ที่ผิดกฎหมาย”
การประกาศปิดล้อมในครั้งนี้ ส่งผลให้ความหวังที่สงครามจะยุติลงในเร็ววันเลือนลางลง หลังจากที่การหารือในกรุงอิสลามาบัดไม่เป็นผล นอกจากนี้ยังมีความกังวลว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะซ้ำเติมวิกฤตเศรษฐกิจโลก เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งน้ำมันดิบถึง 1 ใน 5 ของโลก ซึ่งได้รับผลกระทบมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น
ทรัมป์ย้ำว่า มาตรการนี้เป็นความพยายามที่จะหยุดยั้งอิหร่านจากการควบคุมช่องแคบเพียงฝ่ายเดียว และป้องกันไม่ให้อิหร่านได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจในขณะที่โลกกำลังได้รับความเดือดร้อนจากการปิดเส้นทาง
โดยเขาระบุว่าเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้การสัญจรกลับมาเป็นปกติ (All Being Allowed To Go In, All Being Allowed To Go Out) แต่อิหร่านกลับขัดขวางโดยการอ้างเรื่องทุ่นระเบิดที่ไม่มีใครยืนยันได้ ซึ่งทรัมป์ถือว่านี่คือ “การข่มขู่ระดับโลก” และสหรัฐฯ จะไม่มีวันยอมก้มหัวให้กับการกระทำดังกล่าว
ที่มา cnbc
–“เจดี แวนซ์” บินกลับสหรัฐฯ ไร้ข้อตกลงนิวเคลียร์ หลังเจรจาอิหร่าน 21 ชั่วโมงล่มที่ปากีสถาน







