ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาส่งสัญญาณบวกครั้งสำคัญต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยระบุว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน “ใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว” พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลเตหะรานกำลังต้องการข้อตกลงสันติภาพอย่างหนัก หลังเผชิญการกดดันทางการทหารและมาตรการปิดล้อมทางทะเลอย่างเบ็ดเสร็จ
ความสำเร็จทางการทหารและสัญญาณการทูต
ในการให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “Mornings with Maria” ทางสถานีโทรทัศน์ Fox Business ทรัมป์ระบุว่าสหรัฐฯ สามารถเอาชนะอิหร่านในทางทหารได้อย่างเด็ดขาด “ผมคิดว่ามันใกล้จะจบแล้ว หากผมถอนกำลังออกมาตอนนี้ อิหร่านอาจต้องใช้เวลาถึง 20 ปีในการฟื้นฟูประเทศ แต่เรายังไม่หยุดเพียงแค่นี้” ทรัมป์กล่าวเสริมพร้อมเน้นย้ำว่าเป้าหมายสูงสุดคือการสกัดกั้นไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์โดยเด็ดขาด
ขณะเดียวกัน มีรายงานจาก Associated Press และแหล่งข่าวในภูมิภาคระบุว่า สหรัฐฯ และอิหร่านมี “ข้อตกลงในหลักการ” ที่จะขยายระยะเวลาหยุดยิงที่ดำเนินมาแล้ว 2 สัปดาห์ออกไป เพื่อเปิดพื้นที่ให้กับการทูต
แม้ว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากทำเนียบขาวจะระบุว่ายังไม่มีการลงนามอย่างเป็นทางการ แต่การหารือเพื่อเปิดการเจรจาสันติภาพรอบที่สอง ณ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นภายในช่วงสัปดาห์หน้า
มาตรการปิดล้อมที่ตัดขาดเส้นเลือดใหญ่ของอิหร่าน
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันว่า ปัจจุบันมาตรการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ถูกบังคับใช้โดยสมบูรณ์แบบแล้ว ส่งผลให้เรือสินค้าไม่สามารถเข้าหรือออกจากท่าเรือของอิหร่านได้ ซึ่งถือเป็นการตัดขาดเส้นทางการค้าทางทะเลระหว่างประเทศของอิหร่านโดยสิ้นเชิง
มาตรการเชิงรุกนี้ถูกมองว่าเป็นปัจจัยหลักที่บีบให้รัฐบาลเตหะรานต้องยอมกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา
ตลาดหุ้นขานรับ New High สวนทางวิกฤตพลังงาน
แม้ว่าสงครามจะสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไปแล้วกว่า 5.8 หมื่นล้านดอลลาร์ และมีสถานีพลังงานถูกโจมตีไปกว่า 80 แห่งนับตั้งแต่เริ่มขัดแย้งเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ แต่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทกลับตอบรับคำยืนยันของทรัมป์อย่างคึกคัก
- ดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้น 0.8% แตะระดับ 7,022.95 จุด
- ดัชนี Nasdaq ทะยาน 1.59% ปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 11 แตะระดับ 24,016.02 จุด
ทรัมป์ทำนายว่าเมื่อสงครามยุติลงอย่างเป็นทางการ ตลาดหุ้นจะเกิดสภาวะ “Boom” ครั้งใหญ่กว่าที่เป็นอยู่ พร้อมลดความกังวลเรื่องราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น โดยระบุว่าราคาจะปรับตัวลดลงในเร็วๆ นี้เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย
แรงกดดันภายใน: ทรัมป์ขู่ปลดประธาน Fed
ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่เริ่มเห็นแสงสว่าง ทรัมป์ยังคงเปิดศึกภายในกับธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) โดยย้ำคำขู่ว่าจะสั่งปลด เจอโรม พาวเวลล์ ออกจากตำแหน่ง หากเจ้าตัวไม่ยอมลาออกเองหลังจากหมดวาระประธาน Fed ในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ แม้พาวเวลล์จะยังเหลือวาระการเป็นผู้ว่าการ Fed อีก 2 ปีก็ตาม โดยทรัมป์ได้วางตัว เควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการ Fed ให้เตรียมเข้ามารับช่วงต่อเพื่อผลักดันนโยบายเศรษฐกิจตามแนวทางของรัฐบาลต่อไป
–เจาะผลกระทบสงครามอิหร่านพ่นพิษเศรษฐกิจสหรัฐฯ จับตา “ราคาน้ำมัน-เงินเฟ้อ” ตัวแปรชี้ชะตา GDP







