สภาส่งเสริมการส่งออกผลิตภัณฑ์นมแห่งสหรัฐอเมริกา (USDEC) เน้นย้ำถึงศักยภาพของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์นมที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของสหรัฐฯ ด้วยมูลค่ากว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2567 โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยซึ่งเป็นตลาดที่โดดเด่นด้านนวัตกรรมการนำโปรตีนนมไปประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ USDEC มุ่งมั่นเป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้บริโภคและซัพพลายเออร์ พร้อมส่งมอบข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับคุณประโยชน์ของโปรตีนนมต่อสุขภาพในทุกช่วงวัย
ตลาดอาเซียน: โอกาสทองของผลิตภัณฑ์นมสหรัฐฯ
Dalilah Ghazalay ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สภาเพื่อการส่งออกผลิตภัณฑ์นมแห่งสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นตลาดที่มีพลวัตสูง มีประชากรกว่า 618 ล้านคน โดยมีชนชั้นกลางมากกว่า 150 ล้านคน แม้จะเป็นภูมิภาคที่มีการขาดดุลด้านผลิตภัณฑ์นมและมีความไวต่อแลคโตส แต่กลับมีการนำเข้าส่วนผสมจากนมเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายและคุณสมบัติที่สำคัญของส่วนผสมเหล่านี้ ที่สามารถนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย ไม่ใช่เพียงแค่โภชนาการสำหรับนักกีฬา แต่ยังรวมถึงเบเกอรี่ ขนมขบเคี้ยว ขนมหวาน รวมถึงนมผงสำหรับเด็กและผู้ใหญ่
สำหรับ ประเทศผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์นมสหรัฐฯ ในภูมิภาค ได้แก่ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และไทย โดยฟิลิปปินส์นำเข้าประมาณ 130,000 เมตริกตันในปี 2567 อินโดนีเซีย 113,000 เมตริกตัน และประเทศไทย 46,900 เมตริกตัน โดยประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นตลาดที่มีนวัตกรรมสูงในการใช้โปรตีนนมในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น เครื่องดื่มเสริมโปรตีนและขนมโปรตีนรูปแบบต่างๆ
โปรตีน: สารอาหารสำคัญสำหรับทุกช่วงชีวิต
รองศาสตราจารย์ ดร.วันทนีย์ เกรียงสินยศ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงความสำคัญของโปรตีนในฐานะสารอาหารหลักที่จำเป็นต่อร่างกาย ไม่เพียงแต่ให้พลังงาน แต่ยังช่วยบำรุงรักษาและซ่อมแซมเซลล์ สร้างฮอร์โมนและเอนไซม์ต่างๆ ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) และการปรับใช้ในประเทศไทย ปริมาณโปรตีนที่แนะนำสำหรับผู้ใหญ่คือ 1.0 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน
ความต้องการโปรตีนแตกต่างกันไปตามช่วงวัยและกิจกรรม โดยทารกแรกเกิดอาจต้องการโปรตีนสูงถึง 1.6 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เนื่องจากมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เด็กเล็กและวัยรุ่นก็ต้องการโปรตีนมากกว่าผู้ใหญ่เพื่อการเจริญเติบโตและการบำรุงรักษา
สำหรับผู้สูงอายุ การวิจัยชี้ให้เห็นว่าอาจต้องการโปรตีนมากกว่าผู้ใหญ่เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อและป้องกันการสูญเสียกล้ามเนื้อที่สัมพันธ์กับอายุ
แม้ข้อมูลโดยรวมจะระบุว่าปริมาณการบริโภคโปรตีนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่บางกลุ่มประชากรยังคงเผชิญปัญหาขาดโปรตีน เช่น เด็กที่มีภาวะแคระแกร็นในบางพื้นที่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตรที่อาจได้รับโปรตีนไม่เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ ซึ่งข้อมูลจากการสำรวจระดับชาติในปี 2552 ชี้ว่าผู้สูงอายุอาจได้รับโปรตีนเพียง 70% ของปริมาณที่แนะนำ

คุณภาพของโปรตีน: ปัจจัยสำคัญที่มักถูกมองข้าม
ศาสตราจารย์พิศิษฐ์ ดร. Paul J. Moughan มหาวิทยาลัยแมสซีย์ และ Fellow Laureate, Riddet Institute ประเทศนิวซีแลนด์ ชี้ให้เห็นว่านอกเหนือจากปริมาณแล้ว คุณภาพของโปรตีน เป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนมองข้าม โดยเน้นย้ำถึงความแตกต่างระหว่างโปรตีนแต่ละชนิดในการให้ “โปรตีนที่ร่างกายนำไปใช้ได้จริง” (utilizable protein) ตัวอย่างเช่น โปรตีนข้าวมีคุณภาพต่ำและร่างกายสามารถนำไปใช้ได้เพียง 50% ทำให้ต้องบริโภคในปริมาณที่มากเป็นสองเท่าเพื่อได้รับโปรตีนที่นำไปใช้ได้เท่ากับนม ซึ่งเป็นโปรตีนคุณภาพสูงและร่างกายนำไปใช้ได้ 100%
ความแตกต่างของคุณภาพโปรตีนขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของกรดอะมิโนที่จำเป็นและการดูดซึมของกรดอะมิโนเหล่านั้น ดร. พอล อธิบายว่า โปรตีนจากพืชโดยทั่วไปมีคุณภาพต่ำกว่าโปรตีนจากสัตว์ เช่น ผลิตภัณฑ์นม เนื้อสัตว์ และปลา
สำหรับการวัดคุณภาพโปรตีนนั้น ดร. พอล แนะนำให้ใช้ DIASS (Digestible Indispensable Amino Acid Score) ซึ่งเป็นวิธีที่แม่นยำกว่า PDCAAS แบบเก่า ซึ่งมักจะประเมินค่าโปรตีนจากพืชสูงเกินจริงและประเมินค่าโปรตีนจากสัตว์ต่ำเกินจริง DIASS ช่วยให้เราเข้าใจถึงคุณค่าแท้จริงของโปรตีนในอาหาร
บทบาทของโปรตีนต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม: มุมมองใหม่
ดร. Paul J. Moughan เน้นย้ำว่าการพิจารณาคุณภาพของโปรตีนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของอาหารและสิ่งแวดล้อม โดยเขาท้าทายความเชื่อที่ว่า:
- ประเทศรายได้น้อยถึงปานกลางได้รับโปรตีนเพียงพอ: หากพิจารณาจากคุณภาพโปรตีน ผู้ใหญ่ในประเทศเหล่านี้จำนวนมากยังได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ
- ประเทศรายได้สูงบริโภคโปรตีนมากเกินไป: แม้จะบริโภครวมกันมาก แต่เมื่อพิจารณาคุณภาพโปรตีนและกลุ่มเฉพาะ เช่น ผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์ พบว่าบางส่วนยังขาดโปรตีน
- การผลิตโปรตีนจากสัตว์ทำลายสิ่งแวดล้อม: เมื่อพิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในมุมมองต่อปริมาณโปรตีนที่นำไปใช้ได้จริง (utilizable protein) พบว่าผลลัพธ์ซับซ้อนกว่าที่คิด และโปรตีนจากพืชอาจไม่ได้ดีกว่าเสมอไป
- โปรตีนจากสัตว์มีราคาแพงกว่า: แม้จะมีราคาสูงเมื่อเทียบต่อน้ำหนัก แต่เมื่อพิจารณาคุณค่าทางโภชนาการโดยรวม (กรดอะมิโน วิตามิน แร่ธาตุ) ผลิตภัณฑ์จากสัตว์กลับคุ้มค่าและจำเป็นต่อการสร้างอาหารที่เข้าถึงได้และยั่งยืน
“สมดุล คือกุญแจสำคัญ เราควรส่งเสริมการบริโภค พืชและสัตว์ ไม่ใช่ พืชหรือสัตว์ เพื่อสุขภาพที่ดี สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน และราคาที่เข้าถึงได้” ดร. Paul J. Moughan กล่าวสรุป
โปรตีนกับการสร้างกล้ามเนื้อและการลดน้ำหนัก: เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญ
ศาสตราจารย์ ดร. Daniel Moore คณะวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและพลศึกษา มหาวิทยาลัยโทรอนโต ประเทศแคนาดา ได้แบ่งปันผลวิจัยเกี่ยวกับการดูดซึมโปรตีนของกล้ามเนื้อ และความสำคัญของกล้ามเนื้อในการเผาผลาญและการเก็บโปรตีนในร่างกาย กล้ามเนื้อมีการสร้างและสลายอยู่ตลอดเวลา ประมาณ 1-2% ของกล้ามเนื้อจะถูกสลายและสร้างใหม่ทุกวัน
การบริโภคโปรตีนคุณภาพสูงอย่างเพียงพอเป็นสิ่งสำคัญในการกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อ ดร. มัวร์ แนะนำให้บริโภคโปรตีนคุณภาพสูงประมาณ 0.3 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อมื้ออาหาร และควรแบ่งการบริโภคให้เท่าๆ กันตลอดทั้งวัน เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมและนำโปรตีนไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด แทนที่จะบริโภคในปริมาณมากในมื้อเดียว
นอกจากนี้ การออกกำลังกายแบบมีแรงต้านทาน (resistance exercise) ร่วมกับการบริโภคโปรตีนที่เหมาะสม ยังช่วยส่งเสริมการสร้างกล้ามเนื้อและกระดูก โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก
ดร. Daniel Moore เน้นย้ำว่าควรเน้นการลดไขมันและรักษามวลกล้ามเนื้อ ซึ่งการบริโภคโปรตีนจากสัตว์โดยเฉพาะเวย์โปรตีน จะช่วยให้ได้รับโปรตีนที่เพียงพอโดยไม่ต้องเพิ่มแคลอรี่มากเกินไป ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักและรักษาสุขภาพที่ดี
สำหรับ USDEC ก่อตั้งขึ้นในปี 2538 โดยเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม มีพันธกิจในการเร่งการส่งออกผลิตภัณฑ์นมและขยายโอกาสทางการค้าในตลาดต่างประเทศ รวมถึงเป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้งานปลายทาง ซัพพลายเออร์ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเครือข่ายสุขภาพและโภชนาการ
–TCELS ชู AI ทางการแพทย์ ยกระดับอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ไทย สร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 1,200 ล้านบาท






