Qualcomm เปิดตัว Hexagon NPU เจเนอเรชันใหม่ ปูทางสู่ยุค Agentic AI บนสมาร์ทโฟนพรีเมียม

Qualcomm เปิดตัว Hexagon NPU เจเนอเรชันใหม่ ปูทางสู่ยุค Agentic AI บนสมาร์ทโฟนพรีเมียม

Qualcomm Technologies ประกาศเผยโฉมสถาปัตยกรรมหน่วยประมวลผลประสาทเทียม (NPU) Qualcomm Hexagon รุ่นใหม่ สำหรับแพลตฟอร์มสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม ออกแบบโครงสร้างฮาร์ดแวร์ใหม่ทั้งหมดเพื่อรองรับยุค “Agentic AI” หรือระบบปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะที่สามารถคิด วิเคราะห์ข้ามแอปพลิเคชัน และตัดสินใจดำเนินงานแทนผู้ใช้งานได้แบบอัตโนมัติบนอุปกรณ์โดยตรง

ยุคของ Agentic AI จะขับเคลื่อนด้วยระบบของโมเดลเฉพาะทางหลายตัวที่ถูกสั่งการและจัดสรรการทำงานอย่างชาญฉลาดตามบริบทและภารกิจของผู้ใช้ การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้สถาปัตยกรรมระดับฮาร์ดแวร์จำเป็นต้องมีความต่อเนื่อง รองรับข้อมูลมัลติโมดอล และมีความหน่วงต่ำ

จุดเปลี่ยนสำคัญของสถาปัตยกรรม Hexagon NPU รุ่นนี้อยู่ที่การอัปเกรดเชิงโครงสร้าง 2 ประการหลัก:

  1. Element Accelerator: หน่วยเร่งความเร็วที่สร้างขึ้นมาเพื่อประมวลผลเวิร์กโหลดประเภท Transformer โดยเฉพาะ ซึ่งทำงานร่วมกับส่วนต่อขยาย Scalar, Vector และ Matrix อย่างเป็นระบบ ทำให้กระบวนการตัดสินใจ ลอจิก และการคิดคำนวณของ AI ทำงานได้รวดเร็วและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
  2. ระบบหน่วยความจำส่วนกลางขนาดใหญ่ขึ้น 50%: การขยายระบบ Shared Memory ของ NPU ช่วยให้สามารถเก็บสถานะของโมเดล (Model State), Activations และ Intermediate Tensors ไว้บนตัวชิปได้โดยตรง ช่วยลดการส่งถ่ายข้อมูลไปยังแรมภายนอก (DDR) ตัดปัญหาคอขวดด้านแบนด์วิดท์ และทำให้การตอบสนองของ Agent AI ลื่นไหลยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ Qualcomm ยังได้ร่วมมือกับผู้พัฒนาหน่วยความจำและผู้พัฒนาโมเดลชั้นนำ เพื่อรองรับสถาปัตยกรรมโมเดลแบบ Mixture-of-Experts (MoE) บนตัวอุปกรณ์ ตัวอย่างเช่น โมเดล MoE ขนาด 30,000 ล้านพารามิเตอร์ (30B) จะสามารถดึงพารามิเตอร์เฉพาะส่วนที่ถูกจัดสรรมาประมวลผลเพียงประมาณ 3,000 ล้านพารามิเตอร์ (3B) ต่อหนึ่งรอบการสร้างโทเคน ต่างจากโมเดลแบบเดิม (Dense Model) ที่ต้องเรียกใช้งานโครงข่ายทั้งระบบ ส่งผลให้ลดการใช้พลังงานและแบนด์วิดท์ลงอย่างมาก แต่ยังคงความชาญฉลาดระดับโมเดลขนาดใหญ่ไว้ได้

Hexagon NPU ยังรองรับรูปแบบความละเอียดของข้อมูลที่ยืดหยุ่นครอบคลุมตั้งแต่ INT2, INT4, INT8, FP8 ไปจนถึง FP16 สำหรับโมเดลที่ใช้รูปแบบ INT4 ตัวแพลตฟอร์มสามารถทำประสิทธิภาพการประมวลผลขั้นตอน Prefill ได้เร็วขึ้นสูงสุดถึง 50% พร้อมเพิ่มอัตรา Throughput ของการถอดรหัส (Decoding) และยกระดับอัตราการสร้างโทเคนต่อวินาทีให้รวดเร็วยิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

การประมวลผล AI ดังกล่าวยังทำงานสอดประสานกับทั้งแพลตฟอร์ม โดยมีซีพียู Qualcomm Oryon ทำหน้าที่จัดคิวและประสานงานเวิร์กโหลดหลายขั้นตอน และจีพียู Adreno ที่นำเทคโนโลยี Adreno Neural Fusion เข้ามาช่วยเร่งการประมวลผลกราฟิก ซึ่งนวัตกรรมทั้งหมดนี้จะถูกเปิดเผยรายละเอียดอย่างเต็มรูปแบบในงาน Snapdragon Summit 2026 ที่กำลังจะมาถึง

ที่มา qualcomm

เปิดตัว iPhone Duo สมาร์ทโฟนจอพับรุ่นแรกจาก Apple จอ 7.6 นิ้ว ชิป A20 Pro