Cadence Design Systems (Nasdaq: CDNS) สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ด้วยการเปิดตัว Maestro™ กลุ่มโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) เฉพาะทาง เพื่อทำหน้าที่เป็นขุมพลังขับเคลื่อนหลักให้กับ Cadence® AI Super Agents มุ่งยกระดับกระบวนการออกแบบชิปและระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อน ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบทางกายภาพไปจนถึงขั้นตอนการตรวจสอบก่อนเข้าสู่สายการผลิตจริง
สถาปัตยกรรม Maestro ถูกออกแบบมาเพื่อแก้โจทย์ความซับซ้อนระดับสูงของงานวิศวกรรม โดยผสานเทคโนโลยีการเรียนรู้แบบเสริมกำลัง (Reinforcement Learning: RL) เข้ากับซอฟต์แวร์ออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์อัตโนมัติ (EDA) และเครื่องมือออกแบบระบบอัตโนมัติ (SDA) กลไกนี้สร้างระบบวงจรปิด (Closed-loop feedback) ที่ใช้ตัวแก้ปัญหาเชิงคำนวณที่ให้ผลลัพธ์แน่นอน (Deterministic Solvers) ช่วยให้ AI Agent สามารถประเมินความสอดคล้องของชิ้นงาน ตัดสินใจ และเรียนรู้ปรับปรุงตนเองได้อย่างต่อเนื่อง โดยผลการทดสอบเบื้องต้นชี้ว่า Maestro ยกระดับคุณภาพผลลัพธ์การออกแบบได้สูงสุด 30% และประหยัดการใช้ทรัพยากรประมวลผล (Token Efficiency) ได้มากกว่าโมเดลทั่วไปถึง 5 เท่า
อนิรุทธ์ เดฟแกน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Cadence ระบุว่า การแก้ปัญหาวิศวกรรมขั้นสูงจำเป็นต้องใช้ AI ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่างลึกซึ้ง ซึ่ง Maestro จะเข้ามาทำงานร่วมกับโมเดล AI ชั้นนำและโมเดลแบบเปิด เพื่อควบคุมเครื่องมือ EDA และ SDA ได้อย่างแม่นยำ
ความก้าวหน้าดังกล่าวยังเกิดจากความร่วมมือทางเทคโนโลยีกับ NVIDIA โดยนำโมเดล NVIDIA Nemotron และสถาปัตยกรรมความปลอดภัย NVIDIA OpenShell เข้ามาร่วมขับเคลื่อน ซึ่งนายทิม คอสตา ผู้บริหารจาก NVIDIA ชี้ว่า การออกแบบชิปด้วย Agentic AI จำเป็นต้องอาศัยโมเดลที่สามารถสร้างชิ้นงาน ประเมินข้อแลกเปลี่ยนทางวิศวกรรม และตัดสินใจได้ถูกต้องภายใต้ข้อจำกัดที่กำหนดไว้
นอกจากนี้ พันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำเริ่มนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้งานจริงแล้ว โดย นายฮิซาโตะ โยชิดะ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Socionext เปิดเผยว่า การนำ InnoStack AI Super Agent ไปใช้ในกระบวนการออกแบบทางกายภาพ (Physical Design) สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้สูงสุดถึง 5 เท่า ขณะที่ นางสาวการิมา ชาร์ดา ผู้บริหารจาก Silicon Labs เผยว่า การปรับใช้ Cadence Verisium Debug ภายใต้ ChipStack AI Super Agent ช่วยย่นระยะเวลาการวิเคราะห์ต้นตอของปัญหาและการแก้จุดบกพร่องในชิปพลังงานต่ำได้อย่างมีนัยสำคัญ
ด้านความปลอดภัยและการติดตั้ง แพลตฟอร์มรองรับทั้งระบบคลาวด์ของ Cadence คลาวด์สาธารณะ และระบบภายในองค์กร (On-premises) ช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถปรับแต่งโมเดลด้วยชุดข้อมูลและกระบวนการทำงานเฉพาะของตนเองได้อย่างปลอดภัยสูงสุด







