การเข้าถึงบริการสุขภาพดิจิทัลในยุคปัจจุบันกำลังก้าวไปสู่อีกขั้นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ร่วมกับ สำนักสุขภาพดิจิทัล กระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ได้ร่วมกันเปิดเวทีเสวนา ETDA Live EP.4 “CAREGIVER การดูแลที่เชื่อมถึงกันได้ ผ่านระบบสุขภาพดิจิทัล” ชูฟีเจอร์ใหม่ Caregiver บนแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” ที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Digital ID เพื่อให้ญาติหรือผู้ดูแลสามารถจัดการเรื่องสุขภาพแทนผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้เยาว์ ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบางได้อย่างปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย
จิตสถา ศรีประเสริฐสุข รองผู้อำนวยการ ETDA อธิบายถึงที่มาของนวัตกรรมนี้ว่า แม้ปัจจุบันประชาชนไทยจะคุ้นเคยกับการใช้ Digital ID ผ่านแอปพลิเคชันอย่าง ThaID หมอพร้อม หรือ NDID แต่กลุ่มเปราะบางหลายกลุ่มยังมีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์และทักษะการใช้งาน โจทย์สำคัญของ ETDA จึงไม่ใช่แค่การยืนยันตัวตนว่า “คุณคือใคร” แต่เป็นการยืนยันสิทธิว่า “คุณมีสิทธิดูแลหรือดำเนินการแทนใคร” ทำให้เกิดแนวคิด Caregiver ID ขึ้น เพื่อตรวจสอบความสัมพันธ์และขอบเขตสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพที่มีความอ่อนไหวสูง ให้มีความถูกต้อง ปลอดภัย และป้องกันการสวมสิทธิ์
ด้าน นพ.วิจักษณ์ กาญจนอุทัย และ นพ.นิรทร ศรีสุโข จากสำนักสุขภาพดิจิทัล ได้ให้รายละเอียดขั้นตอนการทำงานว่า ผู้ดูแลเพียงสมัครใช้งานหมอพร้อมและผ่านการยืนยันตัวตนจนได้ Health ID จากนั้นเพิ่มข้อมูลผู้ที่ต้องการดูแลในระบบ โดยระบบจะเชื่อมโยงไปตรวจสอบความสัมพันธ์กับฐานทะเบียนราษฎร์ กรมการปกครอง แบบอัตโนมัติ เมื่อยืนยันเรียบร้อยแล้ว ผู้ดูแลจะสามารถทำรายการแทนได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการนัดหมายและตรวจสอบคิวออนไลน์ ดูประวัติวัคซีน รับผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ รับใบนัด ตลอดจนสอบถามคำแนะนำผ่าน AI Chatbot ซึ่งนอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนแล้ว ยังช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อนของบุคลากรทางการแพทย์อีกด้วย
ขณะเดียวกัน นพ.ศิรสิทธิ์ สถิรเจริญกุล จากโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ในฐานะหน่วยงานนำร่อง ชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ในพื้นที่จริงว่า ระบบนี้ช่วยแก้ปัญหาผู้ป่วยและญาติที่ต้องเดินทางมารอคิวตั้งแต่เช้ามืด โดยผู้ป่วยสามารถทำบัตร นัดหมาย คัดกรองอาการ และรับคิวได้จากที่บ้าน รวมถึงรับผลตรวจและบริการจัดส่งยาถึงบ้าน ซึ่งระบบยังคงยึดมาตรฐานความปลอดภัยเข้มงวดด้วยการตรวจสอบตัวตนผ่านบัตรประชาชนหรือ ThaID ซ้ำในทุกจุดบริการ และขณะนี้โรงพยาบาลกำลังพัฒนาระบบ Telemedicine ร่วมกับหมอพร้อม โดยผู้ใช้สิทธิ 30 บาทรักษาทุกโรคจะได้รับบริการจัดส่งยาถึงบ้านโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
สำหรับแผนการพัฒนาในอนาคต สำนักสุขภาพดิจิทัลเตรียมขยายการรองรับผู้ดูแลที่ไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานด้านคนพิการและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แบบเรียลไทม์ รวมถึงการทำงานร่วมกับ อสม. เพื่อเข้าถึงระดับชุมชน นอกจากนี้ ETDA สธ. และ DGA ยังมีเป้าหมายร่วมกันในการเชื่อมระบบ Health ID เข้ากับแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อรองรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ใบรับรองแพทย์ดิจิทัล และใบรับรองแพทย์คนพิการ ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดใช้กับบริการภาครัฐอื่นๆ ด้านการศึกษาและสวัสดิการสังคมในอนาคตได้อย่างทั่วถึง







