Cybersense ปักหมุดไทย ชูแนวคิด “สร้างในอาเซียน เพื่ออาเซียน” ยกระดับ Cyber Resilience ภาคการเงิน-พลังงาน

Cybersense ปักหมุดไทย ชูแนวคิด "สร้างในอาเซียน เพื่ออาเซียน" ยกระดับ Cyber Resilience ภาคการเงิน-พลังงาน

Cybersense Solutions ผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยไซเบอร์ระดับภูมิภาค ประกาศเปิดตัวสำนักงานในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมจัดตั้งทีมงานประจำกรุงเทพฯ นำโดย นายณัฐพล อาภาแสงเพชร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไซเบอร์เซนส์ โซลูชันส์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อดูแลโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ โดยเฉพาะภาคการเงินการธนาคาร และพลังงานสาธารณูปโภค

การขับเคลื่อนครั้งนี้มาพร้อมวิสัยทัศน์ “Built in ASEAN, for ASEAN” เชื่อมโยงเครือข่ายข่าวกรองภัยคุกคาม (Threat Intelligence) ข้ามพรมแดน 5 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ ไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม ภายใต้แนวคิด “แบ่งปันข่าวกรอง แต่ข้อมูลอยู่กับที่” โดยยึดหลัก Data Sovereignty ข้อมูลทั้งหมดของลูกค้าจะถูกจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทย 100% และแลกเปลี่ยนเฉพาะข้อมูลข่าวกรองภัยคุกคามเพื่อรับมือกับภัยไซเบอร์ไร้พรมแดน

เอเดรียน แฮร์ริส กรรมการผู้จัดการระดับภูมิภาค Cybersense ชี้ว่า ระบบเศรษฐกิจในอาเซียนผูกพันกันอย่างใกล้ชิดผ่าน Supply Chain ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นกับประเทศหนึ่งสามารถกระจายสู่อีกประเทศได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ข้อมูลจาก IBM ระบุว่าองค์กรทั่วโลกใช้เวลาเฉลี่ยถึง 247 วันในการตรวจพบและควบคุมเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล การสร้างขีดความสามารถในการรับมือและฟื้นตัว (Cyber Resilience) โดยทีมงานในพื้นที่จึงเป็นปัจจัยชี้วัดความยั่งยืนของธุรกิจ

ในเซสชัน “The Next Five Years” นายณัฐพลระบุว่า การตัดสินใจรับมือภัยไซเบอร์คือกลยุทธ์ทางธุรกิจไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค โดยผู้นำองค์กรต้องกำหนดทิศทางผ่าน 5 การตัดสินใจสำคัญ ได้แก่ AI Governance กำหนดกรอบความรับผิดชอบของปัญญาประดิษฐ์, Prioritization จัดลำดับระบบหลักที่ต้องดำเนินงานต่อได้, Data Control & Sovereignty ควบคุมตำแหน่งและสิทธิของข้อมูล, Talent Strategy พัฒนาบุคลากร และ Strategic Partnership เลือกพันธมิตรที่พร้อมเผชิญเหตุจริง

Cybersense ให้บริการครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ Consultancy & Advisory, Managed Security Services (SOC 24 ชั่วโมง), Solutions Architecture (ระบบ IT/OT) และ Awareness & Training พร้อมชูผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริง เช่น การใช้ AI ช่วยลด Alert Fatigue ใน SOC ภาครัฐลง 50%, ลดความซับซ้อนของเครื่องมือและลด Downtime ลงกว่า 90%, ยกระดับความเร็วในการควบคุมการโจมตีได้ 60%, ลดความเสี่ยงพนักงานหลงเชื่อฟิชชิงในสถาบันการเงินลง 60% ตลอดจนช่วยองค์กรผ่านการตรวจสอบ Compliance ครบถ้วนโดยลดต้นทุนการแก้ไขระบบลง 30%

–แคสเปอร์สกี้เตือนภัยไซเบอร์ ชี้ช่องโหว่ Binance–Polymarket ถูกแฮก สะท้อนความเสี่ยงคริปโทพุ่ง