วิกฤตความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในญี่ปุ่นกำลังส่งสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุด หลังคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของญี่ปุ่น (PPC) เปิดเผยตัวเลขความเสียหายสะสมตั้งแต่เริ่มต้นปีงบประมาณปัจจุบันในเดือนเมษายน จนถึงช่วงกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พบว่ามีข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนถูกละเมิดความปลอดภัยรวมแล้วประมาณ 260 ล้านคน ซึ่งตัวเลขความเสียหายนี้พุ่งสูงคิดเป็นราว 2 เท่าของจำนวนประชากรญี่ปุ่นทั้งหมด เนื่องจากเป็นการนับรวมผู้ที่ได้รับผลกระทบซ้ำซ้อนจากเหตุการณ์มากกว่าหนึ่งครั้ง
รายงานระบุว่า ตัวเลข 260 ล้านคนนี้ อ้างอิงจากสถิติที่คณะกรรมการฯ ได้รับรายงานจากภาคธุรกิจที่จัดการข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างวันที่ 1 เมษายน ถึง 16 ตุลาคมเท่านั้น โดยยังไม่รวมสถิติจากกลุ่มบริษัทในภาคการเงินและโทรคมนาคม ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าขนาดของความเสียหายที่แท้จริงในภาพรวมอาจรุนแรงและมีขอบเขตกว้างกว่านี้อีกมาก
ตลอดช่วงระยะเวลาดังกล่าว พบรายงานเหตุการณ์การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาตรวมทั้งสิ้น 2,094 กรณี และที่น่ากังวลคือมีถึง 6 กรณีที่เป็นการรั่วไหลระดับมหึมา ส่งผลกระทบต่อข้อมูลส่วนบุคคลของผู้คนมากกว่า 10 ล้านคนต่อกรณี
อัตราการเกิดเหตุโจมตีและข้อมูลรั่วไหลมีทิศทางเร่งตัวขึ้นแบบก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่มีการรายงานเหตุการณ์สูงถึง 830 กรณี ภายในระยะเวลาเพียงครึ่งแรกของเดือน เมื่อเทียบกับเดือนกันยายนที่มีรายงานรวม 303 กรณีตลอดทั้งเดือน และยิ่งตอกย้ำความผิดปกติเมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2025 ที่ตลอดทั้งปีมีรายงานเหตุการณ์รวมอยู่ที่ 1,256 กรณีเท่านั้น
แรงสั่นสะเทือนทางไซเบอร์ระลอกนี้กระทบต่อองค์กรชั้นนำระดับประเทศอย่างกว้างขวาง โดยเมื่อวันพุธที่ 28 ตุลาคมเพียงวันเดียว มีบริษัทยักษ์ใหญ่และสถาบันชั้นนำพร้อมใจกันออกมาเปิดเผยว่า ข้อมูลส่วนบุคคลอาจรั่วไหลจากการถูกเข้าถึงเว็บไซต์หรือระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ว่าจะเป็น โซนี ไลฟ์ อินเชอร์แลนซ์ (Sony Life Insurance), เครือร้านค้าปลีก ดองกิโฮเต (Don Quijote), ผู้จัดจำหน่ายวิดีโอเกม บันได นัมโค เอ็นเตอร์เทนเมนต์ (Bandai Namco Entertainment), รวมถึงมหาวิทยาลัยคิวชูและโรงพยาบาลในสังกัด
ต่อเนื่องมาถึงวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม ยังมีบริษัทชื่อดังของญี่ปุ่นรายงานเหตุการณ์ที่เข้าข่ายข้อมูลรั่วไหลเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง อาทิ เรียวฮิน เคคาคุ (ผู้ดำเนินธุรกิจแบรนด์ MUJI), เครือร้านอาหาร มัตสึยะ ฟูดส์ โฮลดิงส์ (Matsuya Foods Holdings) และสายการบิน ออล นิปปอน แอร์เวย์ส (ANA)
ทางด้าน มิโนรุ คิฮาระ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีของญี่ปุ่น แถลงเน้นย้ำว่า รัฐบาลญี่ปุ่นให้ความสำคัญอย่างจริงจังกับสถานการณ์เหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลครั้งใหญ่ที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมระบุว่าภาครัฐจะเร่งจัดทำชุดมาตรการรับมือฉุกเฉินออกมาบังคับใช้โดยเร็วที่สุด
แฟ้มภาพซินหัว : อาคารโตเกียว ทาวเวอร์ และทิวทัศน์เมืองในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น วันที่ 17 พ.ย. 2025
ที่มา Xinhua






