เอไอ (AI) กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ดาต้าเซ็นเตอร์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะรับมือได้ ขณะที่แอปพลิเคชันสำคัญทางธุรกิจก็ไม่สามารถหยุดรอโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมได้เช่นกัน ทำให้องค์กรยุคนี้ต้องเผชิญกับความท้าทายในการเลือกภาษาระหว่างระบบที่ตอบโจทย์การทำงานในปัจจุบัน กับระบบที่สามารถรองรับอนาคต
เดลล์ เทคโนโลยีส์ (Dell Technologies) จึงได้ประกาศเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ล่าสุด ครอบคลุมทั้งระบบจัดเก็บข้อมูล (Storage) ระบบประมวลผล (Compute) ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และระบบอัตโนมัติ (Automation) เพื่อทลายขีดจำกัดเดิมๆ และขับเคลื่อนดาต้าเซ็นเตอร์ขององค์กรให้ก้าวสู่ยุค AI อย่างเต็มรูปแบบ
ทลายข้อจำกัดด้านสตอเรจด้วย Dell PowerStore Elite
เดลล์ แนะนำ Dell PowerStore Elite แพลตฟอร์มจัดเก็บข้อมูลแบบเปิดอัจฉริยะ ที่ผสานซอฟต์แวร์ขับเคลื่อนด้วย AI เข้ากับฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ รองรับการอัปเกรดต่อเนื่องโดยไม่กระทบการทำงาน (Non-disruptive) โดยให้ประสิทธิภาพและความหนาแน่นเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า สามารถรองรับความจุสูงสุดถึง 5.8 เพตะไบต์ ภายในอุปกรณ์ขนาด 3U เพียงเครื่องเดียว พร้อมเทคโนโลยีลดขนาดข้อมูลในอัตรา 6:1
ตัวแพลตฟอร์มพัฒนาบนเทคโนโลยีแฟลชมาตรฐานอุตสาหกรรมแบบ E3 ช่วยลดต้นทุนต่อเวิร์กโหลด และออกแบบทุกองค์ประกอบ (ไดรฟ์, คอนโทรลเลอร์, ระบบเครือข่าย) เป็นแบบแยกส่วน (Modular) ทำให้ถอดเปลี่ยนหรืออัปเกรดได้ง่าย โดยไม่ต้องหยุดระบบหรือย้ายข้อมูล
นิยามใหม่ของระบบประมวลผลและการระบายความร้อนด้วย PowerEdge เจเนอเรชันที่ 18
เซิร์ฟเวอร์ Dell PowerEdge เจเนอเรชันที่ 18 ให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นถึง 70% และรองรับการรวมระบบสูงสุดในอัตรา 13 ต่อ 1 มาพร้อมระบบระบายความร้อนขั้นสูงทั้งแบบอากาศและของเหลว ช่วยให้ประมวลผลได้มากขึ้นในพื้นที่เท่าเดิม โดยมีไลน์อัพที่ตอบโจทย์หลากหลาย ดังนี้:
- Dell PowerEdge M9825: รุ่นระบายความร้อนด้วยของเหลว มาพร้อมขุมพลัง AMD EPYC™ เจเนอเรชันที่ 6 ให้พลังประมวลผลหนาแน่นสูงเป็นพิเศษภายในตู้แร็ก IR7000 ที่ประกอบจากโรงงาน ออกแบบมาเพื่อรองรับ AI ยุคใหม่ และงานคำนวณขั้นสูง (HPC) โดยข้ามข้อจำกัดของแร็กแบบระบายความร้อนด้วยอากาศเดิมๆ
- Dell PowerEdge XE5845 และ XE7845: เซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ระบายความร้อนด้วยอากาศ ที่ออกแบบมาสำหรับระบบ AI ที่ใช้สถาปัตยกรรม PCIe ให้ความยืดหยุ่นสูงและรองรับ GPUs รุ่นใหม่ๆ
- Dell PowerEdge R9825 และ R9815: ขับเคลื่อนด้วย AMD EPYC™ เจเนอเรชันที่ 6 รองรับคอร์สูงสุดถึง 256 คอร์ต่อระบบ พร้อมเพิ่มแบนด์วิดท์ I/O สำหรับเวิร์กโหลดประสิทธิภาพสูง โดยใช้ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ ทำให้ไม่ต้องปรับปรุงโครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์เดิม
- Dell PowerEdge R9810: เซิร์ฟเวอร์ไฮเอนด์ระดับ single-socket ขนาด 2U ขับเคลื่อนด้วยซีพียูอินเทล (Intel) รหัส “Diamond Rapids” ให้แบนด์วิดท์หน่วยความจำเพิ่มขึ้น 2 เท่า และเพิ่มจำนวนคอร์สูงสุดถึง 50%
- Dell PowerEdge R8815 และ R6815: มอบประสิทธิภาพระดับระบบ dual-socket เดิม ไว้บนแพลตฟอร์ม single-socket ขนาด 1U ช่วยลดการใช้พลังงาน พื้นที่ และลดต้นทุนด้านไลเซนส์
- Dell PowerEdge R7815, R7815xd และ R7825: แพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นสูง รองรับทั้ง PCIe Gen6 และการจัดเก็บข้อมูลความหนาแน่นสูง เหมาะสำหรับงานเวอร์ชวลไลเซชัน (Virtualization) และงานวิเคราะห์เวิร์กโหลดจำนวนมาก
ผสานความมั่นคงทางไซเบอร์ ปกป้องข้อมูลด้วย AI
เพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ซับซ้อน เดลล์ได้เปิดตัวโซลูชันความปลอดภัยใหม่:
- Dell Technologies PowerProtect One: แพลตฟอร์มความปลอดภัยไซเบอร์ครบวงจร ทำงานร่วมกับ PowerProtect Data Manager และ PowerProtect Data Domain เพื่อปกป้อง ตรวจจับ และกู้คืนข้อมูลสำคัญจากศูนย์กลางระบบเดียว ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการจัดการระบบที่กระจัดกระจายได้สูงสุดถึง 50%
- Dell Cyber Detect: ระบบตรวจจับแรนซัมแวร์ด้วย AI ที่ฝังอยู่ในสตอเรจ Dell PowerStore และ Dell PowerMax โดยตรง ผ่านการฝึกฝนด้วยข้อมูลแรนซัมแวร์หลายพันรูปแบบ สามารถตรวจสอบข้อมูลระดับไบต์ด้วยความแม่นยำสูงถึง 99.99% ช่วยให้ระบุและกู้คืนสำเนาข้อมูลที่ปลอดภัยได้อย่างรวดเร็ว
จัดการง่ายแบบคลาวด์ ด้วยระบบอัตโนมัติขับเคลื่อนด้วย AI
เดลล์ เปิดตัว Dell Automation Platform ซอฟต์แวร์ศูนย์กลางที่ช่วยให้การบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานไอทีทำได้ง่ายเหมือนใช้งานคลาวด์ พร้อมเสริมความสามารถด้าน Agentic Intelligence และ AI อัตโนมัติ:
- Dell Private Cloud: ช่วยให้องค์กรติดตั้งและใช้งานระบบคลาวด์จากผู้ให้บริการชั้นนำ (Broadcom, Microsoft, Nutanix, Red Hat) บนโครงสร้างพื้นฐานแบบเปิดของเดลล์ สามารถขยายระบบประมวลผลและสตอเรจแยกกันได้อย่างอิสระ ช่วยลดต้นทุนได้สูงสุดถึง 65% เมื่อเทียบกับระบบ HCI ทั่วไป
- Dell Distributed Private Cloud (เดิมคือ Dell NativeEdge): ขยายความปลอดภัยระดับ Enterprise และระบบ Zero-trust ไปยังสภาพแวดล้อมแบบเอดจ์ (Edge) และระบบกระจายศูนย์ รองรับฟีเจอร์ VM Live Migration และการสลับระบบอัตโนมัติเมื่อเกิดปัญหา ช่วยลดความซับซ้อนในไซต์งานระยะไกล
- ระบบอัตโนมัติและ Dell Automation Studio: นำเทคโนโลยี GenAI และเอเจนต์อัจฉริยะ (Agentic Intelligence) เข้ามาผสานรวมกับ Dell AIOps เพื่อแปลงข้อมูลระบบ (Telemetry) ให้เป็นการดำเนินงานจริง ปรับแต่งประสิทธิภาพต่อเนื่องอัตโนมัติ โดยมี Automation Studio เป็นเครื่องมือพรีเมียมให้องค์กรสร้างเวิร์กโฟลว์ระบบอัตโนมัติทั้งด้านคำนวณ จัดเก็บ และเครือข่ายได้อย่างอิสระ
การประกาศนวัตกรรมครั้งใหญ่ของ เดลล์ เทคโนโลยีส์ ในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งมอบโซลูชันแบบ End-to-End ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์อัจฉริยะ ช่วยทลายความซับซ้อนในการดำเนินงานไอที ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นทุนแฝงที่ใหญ่ที่สุดขององค์กร พร้อมช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ สามารถรับมือกับเวิร์กโหลดที่ต้องใช้การประมวลผลสูงในปัจจุบัน และพร้อมรองรับการเติบโตของ AI ในอนาคตได้อย่างมั่นคง







