บริษัท เอ็กซ์ซุส (EXUS) ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์บริหารจัดการการเรียกเก็บหนี้และการบริหารความเสี่ยงด้านเครดิต ได้จัดงาน EXUS Executive Forum ภายใต้แนวคิด “Transforming Debt Collection in Thailand: AI, Innovation & the Future of Credit Risk” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึกจากผู้นำสถาบันการเงิน หน่วยงานกำกับดูแล และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชั้นนำ
งานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเน้นย้ำความสำคัญของการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติมาใช้ยกระดับประสิทธิภาพและความโปร่งใสในงานบริหารหนี้ของไทยให้สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงกฎระเบียบใหม่ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลและ AI
ย้อนรอย 20 ปี: จาก “ทวงหนี้” สู่ “สร้างความเชื่อใจ”
Marios Siappas ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายองค์ความรู้จาก EXUS ได้นำเสนอภาพรวมของอุตสาหกรรมการบริหารหนี้ (Debt Collections) ทั่วโลก ซึ่งได้เปลี่ยนบทบาทสำคัญจากงานที่เน้นประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Operational Efficiency) ไปสู่กลไกเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นความสัมพันธ์กับลูกค้า ภาพลักษณ์องค์กร และผลกำไรโดยตรง
วิวัฒนาการดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 ยุคสำคัญ:
- ยุค Operational Efficiency (2005–2012): เน้นการลดต้นทุนและเร่งกระบวนการ
- ยุค Intelligent Decisioning (2013–2020): ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและการวิเคราะห์พฤติกรรมเพื่อวางกลยุทธ์
- ยุค Customer-Centric Connection (2021–ปัจจุบัน): มุ่งเน้นการสร้างความเชื่อใจ การช่วยเหลือ และมอบประสบการณ์เฉพาะบุคคล
Marios ชี้ว่าความสำเร็จในการบริหารหนี้ไม่ได้มาจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการปรับตัวของ ‘คนและกระบวนการ’ โดยองค์กรที่ประสบความสำเร็จมักใช้ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าเพื่อเพิ่มอัตราการแก้ไขหนี้ได้ 15–25% และใช้โมเดล Early-Intervention เพื่อลดความเสี่ยงผิดนัดชำระได้ถึง 40%
ไทยเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ: AI คือแกนกลาง
Dimitris Papadopoulos ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ EXUS ระบุว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญในการนำ AI มาเปลี่ยนโฉมวงการบริหารหนี้ โดยมีปัจจัยเร่งจากระดับหนี้ครัวเรือนที่สูง การเปลี่ยนพฤติกรรมสู่ Mobile-first รวมถึงกรอบกำกับดูแล AI Governance ของธนาคารแห่งประเทศไทย และกฎหมาย PDPA ที่กำหนดให้ระบบ AI ต้องมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้
ปัจจุบัน สถาบันการเงินไทยหลายแห่งได้เริ่มดำเนินการตามแผนงาน AI-first Roadmap เช่น การใช้ GenAI ตอบคำถามลูกค้า การพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลและโมเดล Machine Learning เพื่อการตัดสินใจแบบเรียลไทม์
EXUS ยังคงพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เช่น การสร้างกลยุทธ์ผ่านภาษาธรรมชาติ (Natural Language) และการใช้ GenAI ตรวจสอบความสอดคล้องกับกฎของ ธปท. ก่อนใช้งานจริง เพื่อสนับสนุนให้ระบบบริหารหนี้ของไทยมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และยั่งยืนเทียบเท่ามาตรฐานโลก
ภายในงานยังมีการปาฐกถาพิเศษจาก คุณมาณพ เสงี่ยมบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Auto X ในหัวข้อ “Balancing on the Edge” และการเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองในหัวข้อ “Refining Collections in Thailand – Economic Pressures, Global Practices and the Power of AI” โดยผู้บริหารจาก CardX, Platinion BCG, LINE BK และผู้บริหารจาก EXUS
การจัดงาน EXUS Executive Forum ครั้งนี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ EXUS ในการสร้างเวทีแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อสนับสนุนสถาบันการเงินไทยให้ใช้เทคโนโลยีเข้ามาลดความเสี่ยงด้านเครดิต สร้างประสบการณ์ลูกค้าที่ดีขึ้น และผลักดันเศรษฐกิจไทยให้แข็งแกร่งอย่างยั่งยืนในระยะยาว







