Intel ประกาศเปิดตัวหน่วยประมวลผลตระกูล Core Series 3 อย่างเป็นทางการ โดยเน้นเจาะกลุ่มตลาดโน้ตบุ๊กราคาประหยัด (Affordable Laptops) สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปและธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการอัปเกรดคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ในรอบ 5 ปี หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ส่งซีรีส์เรือธงอย่าง Core Ultra Series 3 (Panther Lake) ลงสู่ตลาดไปแล้ว
ประสิทธิภาพที่ก้าวกระโดดจากรุ่นเดิม
หัวใจหลักของ Core Series 3 คือการผลิตบนสถาปัตยกรรม Intel 18A ซึ่งเป็นเทคโนโลยีโหนดลอจิกที่ล้ำสมัยที่สุดในปัจจุบัน โดยเมื่อเปรียบเทียบกับหน่วยประมวลผล Core i7-1185G7 (รุ่นเมื่อ 5 ปีที่แล้ว) พบว่าประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนดังนี้:
- การประมวลผลแบบ Single-thread ดีขึ้นสูงสุด 47%
- การประมวลผลแบบ Multi-thread ดีขึ้นสูงสุด 41%
- ประสิทธิภาพ GPU AI แรงขึ้นถึง 2.8 เท่า
ก้าวสู่ยุค Hybrid AI-ready
Core Series 3 ถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นแรกในตระกูล Core (ที่ไม่ใช่ Ultra) ที่รองรับการทำงานด้าน AI แบบไฮบริด โดยให้พลังประมวลผลรวมสูงสุดถึง 40 TOPS รองรับการเชื่อมต่อสมัยใหม่ครบครัน ทั้ง Thunderbolt 4 (สูงสุด 2 พอร์ต), Bluetooth 6 และ Wi-Fi 7
ประหยัดพลังงานเพื่อการใช้งานตลอดวัน
อีกหนึ่งจุดเด่นที่สำคัญคือการออกแบบมาเพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ โดย Intel ระบุว่าชิปรุ่นใหม่นี้ใช้พลังงานน้อยลงสูงสุดถึง 64% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง Core 7 150U ทำให้เหมาะสำหรับการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้ยาวนานตลอดวัน
หน่วยประมวลผลในตระกูล Core Series 3 ส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับ CPU 6 คอร์ (ยกเว้นรุ่นเริ่มต้นที่มี 5 คอร์) ทำความเร็ว Turbo ได้สูงสุดระหว่าง 4.3GHz ถึง 4.8GHz รองรับหน่วยความจำทั้งแบบ LP5/X 7467 และ DDR5 6400 โดยมีค่า TDP พื้นฐานที่ 15W และสูงสุดที่ 35W
โน้ตบุ๊กที่ขุมพลัง Core Series 3 จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยจะมีดีไซน์มากกว่า 70 รูปแบบจากแบรนด์พันธมิตรชั้นนำ อาทิ Acer, Asus, Dell, Honor, HP, Infinix, Lenovo, MSI, Samsung, Tecno และ Wiko
–SiteMinder เขย่าวงการโรงแรม เปิดตัวโซลูชัน AI เชื่อมต่อ ChatGPT-Claude ดันยอดจองตรงแบบเรียลไทม์






