ส่อง 7 มาตรการ “ยาแรง” ปราบสแกมเมอร์ รับมือภัยไซเบอร์จาก ก.ดีอี

ส่อง 7 มาตรการ "ยาแรง" ปราบสแกมเมอร์ รับมือภัยไซเบอร์จาก ก.ดีอี

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ผนึกกำลังกับ 14 หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ลงนาม MOU เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตามนโยบาย “วาระแห่งชาติ” ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยเน้นการสร้างความเชื่อมั่นและสกัดไม่ให้ระบบการเงินถูกใช้เป็นแหล่งฟอกเงิน


7 มาตรการหลัก สกัดกั้นภัยสแกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์

เพื่อดำเนินการปราบปรามได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงดีอี ได้ยกระดับมาตรการสำคัญ โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ดังนี้:

  1. จัดตั้ง War Room ประสานงาน 24 ชม. ร่วมกับตำรวจ:
    • บูรณาการข้อมูลร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) อย่างใกล้ชิด
    • เพิ่มเติมตัวแทนจากผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์ (โอเปอเรเตอร์) และธนาคารใหญ่ 7 แห่ง เข้าร่วมทำงาน ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ข้อมูลและสามารถ ยับยั้งการกระทำของสแกมเมอร์ได้ก่อนเกิดความเสียหาย แก่ประชาชน
  2. ยกระดับหลักเกณฑ์การลงทะเบียนซิม เข้มงวดขึ้น:
    • จำกัดจำนวนซิมการ์ด: ไม่เกิน 5 หมายเลขต่อบุคคล (รวมทุกค่าย) หากเกินต้องขออนุญาตและแจ้งข้อมูลให้ ตร. ทราบ
    • ยืนยันตัวตนเข้มข้น: ตัวแทนจำหน่ายต้องลงทะเบียนผ่านระบบ Dip chip, แพลตฟอร์มที่มีมาตรฐานความปลอดภัยเทียบเท่า, หรือระบบ ThaiD เท่านั้น
    • เฝ้าระวังสัญญาณตามแนวชายแดน: กสทช. และโอเปอเรเตอร์ ติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้สัญญาณโทรศัพท์/อินเทอร์เน็ต เล็ดลอดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ตามข้อสั่งการนายกฯ
  3. คุมเข้ม SIM Box ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง:
    • ร่วมกับกรมศุลกากร คุมเข้มการนำเข้า-ส่งออก Simbox และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง
    • กำหนดให้มีการ ลงทะเบียนชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ในการติดตามการใช้งาน SIM BOX
  4. มาตรการกวาดล้าง “บัญชีม้า”:
    • จำกัดสิทธิ์เปิดบัญชี: เจ้าของบัญชีม้าที่พิสูจน์ทราบแล้ว (แถว 1, 2) สามารถ เปิดบัญชีได้เพียง 1 บัญชี (บัญชีครองชีพ) และไม่สามารถเปิดบัญชีอื่นได้เป็นระยะเวลา 3 ปี
    • พิจารณามาตรการถาวร: หากกระทำผิดซ้ำ อาจพิจารณามาตรการ ไม่สามารถมีบัญชีเพิ่มเติมได้อีกตลอดชีวิต
    • หารือเปิดเผยรายชื่อ: อยู่ระหว่างการหารือกับ ปปง. เพื่อพิจารณา เปิดเผยรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกับบัญชีม้าต่อสาธารณชน ภายใต้อำนาจของกฎหมาย
    • เร่งคืนเงินผู้เสียหาย: มีการหารือร่วมกับ ปปง. ในเรื่อง การคืนเงินให้กับประชาชนผู้เสียหาย
  5. ยืนยันตัวตนสำหรับธุรกรรมซื้อ-ขายออนไลน์:
    • กระทรวงดีอี โดย ETDA อยู่ระหว่างการร่างกฎหมายเพื่อกำหนดให้ ต้องมีการยืนยันตัวตน หากมีการทำธุรกรรมซื้อ-ขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือเมื่อมีการรายงานปัญหา (Report)
    • มาตรการนี้มุ่งเน้นแก้ปัญหา เพราะพบว่ากว่า 50% ของการหลอกลวงออนไลน์มาจากช่องทางของแพลตฟอร์มต่างๆ
  6. ลงนามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์:
    • ยกระดับภัยสแกมเมอร์ให้เป็น “วาระแห่งโลก”
    • อนุสัญญาจะเป็นเครื่องมือในการ บูรณาการข้อมูลอาชญากรรมระหว่างประเทศ และร่วมมือกันในการระงับ/ดำเนินคดี รวมถึงเรื่องการค้ามนุษย์
  7. ยกระดับ พ.ร.ก. ปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์:
    • พิจารณาการยกระดับ พ.ร.ก. ในมิติของการ ตอบโต้สแกมเมอร์ได้มากขึ้น
    • หลักการสำคัญคือ จัดตั้งหน่วยงาน “White Hacker” ทำหน้าที่ตอบโต้ ทั้งในเชิงของการระงับ, การหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ เพื่อปราบปรามหรือส่งต่อข้อมูลให้ประเทศอื่นดำเนินการ

นายไชยชนก ยืนยันว่า กระทรวงดีอีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์อย่างเต็มที่ และจะดำเนินการเพิ่มขึ้นต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

กลุ่มแฮกเกอร์ BlueNoroff ใช้ AI พุ่งเป้าโจมตีผู้บริหาร บน Windows และ macOS

Scroll to Top