เปิดตัว “ThaiLLM” โมเดล AI ภาษาไทยขุมพลังชาติ ดีอี-อว. ปักธงอธิปไตยดิจิทัลไทย

เปิดตัว "ThaiLLM" โมเดล AI ภาษาไทยขุมพลังชาติ ดีอี-อว. ปักธงอธิปไตยดิจิทัลไทย

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ผนึกกำลังร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และภาคีเครือข่าย เปิดตัวโครงการ ThaiLLM (Thai Large Language Model) โครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์สัญชาติไทยอย่างเป็นทางการ มุ่งเน้นความเข้าใจในบริบทสังคมไทยและภาษาที่ลึกซึ้ง พร้อมนำร่องใช้งานจริงในด้านสุขภาพ เพื่อสร้าง “อธิปไตยทางเทคโนโลยี” และลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มจากต่างประเทศ

สร้างรากฐาน AI ที่เข้าใจคนไทยอย่างแท้จริง

พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ระบุว่าเป้าหมายของ ThaiLLM ไม่ใช่แค่การสร้างโมเดลภาษาขึ้นมาอีกหนึ่งตัว แต่คือการสร้าง “โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ของประเทศ” เพื่อให้ประเทศไทยเปลี่ยนจากผู้รับเทคโนโลยีเป็นผู้สร้างที่มีสิทธิ์กำหนดทิศทางตัวเอง โดย ThaiLLM จะมีความโดดเด่นในด้านความเข้าใจบริบทเฉพาะของสังคมไทยและวิธีสื่อสารของคนไทย ซึ่งโมเดลจากต่างชาติยังไม่สามารถตอบโจทย์ได้เพียงพอ

ผนึกกำลัง 3 ด้านหลัก ขับเคลื่อนระบบนิเวศ AI

กระทรวง อว. ได้ร่วมขับเคลื่อนโครงการผ่านยุทธศาสตร์สำคัญ 3 ด้าน เพื่อเปลี่ยนบทบาทไทยสู่การเป็นผู้กำหนดทิศทางระบบนิเวศ AI:

  1. การพัฒนา Foundation LLM: ระดมสถาปนิกโมเดลและนักวิจัยพัฒนาชุดข้อมูลภาษาไทยคุณภาพสูง เพื่อให้ AI เข้าใจวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริง
  2. โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผล: ใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ “LANTA” ของเนคเทค สวทช. ในการฝึกโมเดลภายในประเทศ ช่วยลดต้นทุนการใช้คลาวด์ต่างชาติและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสำคัญของชาติ
  3. การพัฒนากำลังคน: สร้างบุคลากรผ่านหลักสูตร AI 4 ระดับ ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนถึงนักวิจัย โดยปัจจุบันมีผู้ผ่านการอบรมแล้วกว่า 700 คน

เปิดกว้างสู่นวัตกรรม นำร่องด้านการแพทย์

ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) เปิดเผยว่า ThaiLLM พัฒนาโมเดลขนาด 8B และ 30B ในรูปแบบ Open License และ Open-weight เพื่อให้นักพัฒนานำไปต่อยอดได้ทันที โดยมีการทดลองใช้งานจริงในบริบทการแพทย์ เช่น แชทบอทคัดกรองอาการและให้คำแนะนำเบื้องต้น

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวแพลตฟอร์ม ThaiLLM Playground ที่ให้บริการทั้งในรูปแบบ API และ Chat Sandbox ซึ่งมีนักพัฒนาและผู้สนใจเข้าใช้งานแล้วกว่า 8,000 ราย ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา โดยความร่วมมือนี้ได้รับแรงหนุนจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ NT, SIAM.AI CLOUD, สวทช. และสมาคมด้าน AI ต่างๆ เพื่อสร้างกลไกที่ยั่งยืนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย

เจาะกลยุทธ์ AIS 5G-ADVANCED: โครงข่ายอัจฉริยะที่ผสาน “Partnership + AI + Innovation” รายแรกในอาเซียน กับเป้าหมายปูทางสู่โลก 6G

Scroll to Top