สรุปเทรนด์ Gen Z นักช้อปแห่งอนาคต

สรุปเทรนด์ Gen Z นักช้อปแห่งอนาคต

วันนี้ Biztalk จะมาชวนคุยเรื่องพฤติกรรมของกลุ่ม Gen Z กับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ซึ่งคนเจนนี้ไม่ได้เป็นแค่วัยรุ่นธรรมดาๆ แต่เป็นกำลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนตลาดออนไลน์ในอนาคต เราจะมาเจาะลึกพฤติกรรมการช้อปปิ้งของ Gen Z ในประเทศไทยกันครับ ว่าพวกเขามีวิธีคิดยังไงในการซื้อของออนไลน์ และธุรกิจอย่างเราจะเข้าใจพวกเขาได้อย่างไรบ้าง

ข้อมูลที่เราจะมาคุยกันวันนี้มาจากผลวิจัยของ Kantar (คันทาร์) ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยชั้นนำระดับโลกนะครับ โดยมีชื่อรายงานว่า “From Watching to Buying: Why Gen Z Are Embracing Content-Driven Shopping”

ผลวิจัยชิ้นนี้เจาะลึกพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ของกลุ่มผู้บริโภค Gen Z ในบ้านเรา ซึ่งก็คือคนที่อายุ 18-24 ปีนั่นเอง

ลองมาดูตัวเลขที่น่าสนใจกันก่อนนะครับ Kantar เผยว่าตลาดอีคอมเมิร์ซในปี 2568 หรือก็คือปีนี้ มีแนวโน้มที่จะเติบโตสูงถึง 1.07 ล้านล้านบาท!

ซึ่งมี Gen Z คิดเป็นถึง 20% ของประชากรทั้งหมดเลยนะครับ

เพราะฉะนั้นการเข้าใจพวกเขาจึงเป็นหัวใจสำคัญมากๆ ในการคว้าส่วนแบ่งตลาดและสร้างความสำเร็จในสมรภูมิอีคอมเมิร์ซ ที่การแข่งขันไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่อง “ราคา” อีกต่อไป แต่ขยายไปสู่ “ความคุ้มค่า” และ “คอนเทนต์” ที่โดนใจ

คอนเทนต์ Multi-Format: กุญแจมัดใจ Gen Z

มาดูกันที่เรื่องของ คอนเทนต์ ครับ Gen Z เนี่ยเป็นพวก “Mobile First” คือใช้มือถือเป็นหลักเลย และพวกเขาชอบคอนเทนต์ที่รวดเร็ว เข้าถึงง่าย

จึงไม่น่าแปลกใจที่ วิดีโอสั้นแนวตั้ง จะมาวินครับ ครองความนิยมสูงสุดถึง 71% เลยทีเดียว

พวกเขาชอบเนื้อหาสั้นๆ กระชับๆ และที่สำคัญคือสามารถโต้ตอบกับครีเอเตอร์และเพื่อนๆ ได้ทันที

แต่ใช่ว่าวิดีโอสั้นจะกินรวบหมดนะครับ

เพราะ วิดีโอยาว ก็ยังคงมีบทบาทสำคัญอยู่ 56% ของ Gen Z เลือกรับชมคอนเทนต์ประเภท Tutorial, Vlog หรือ Documentary เพื่อศึกษาข้อมูลเชิงลึก

แสดงให้เห็นว่าพวกเขาเปิดรับวิดีโอหลากหลายรูปแบบเลยครับ ทั้งสั้นและยาว เพราะฉะนั้น การใช้คลิปสั้นๆ มาดึงดูดความสนใจ แล้วค่อยนำไปสู่วิดีโอยาวที่ให้ข้อมูลเชิงลึก ถือเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจมากๆ เลยนะครับ

แล้วแพลตฟอร์มไหนที่ Gen Z ใช้เยอะที่สุดล่ะครับ? จากผลสำรวจพบว่า YouTube ยังคงเป็นผู้นำที่ครองใจ Gen Z ถึง 78% เลยครับ เพราะ YouTube รองรับทั้งวิดีโอสั้นและยาว

รองลงมาก็คือ TikTok, Instagram และ Facebook ครับและสิ่งที่น่าสนใจมากๆ คือ 97% ของ Gen Z บอกว่า “ครีเอเตอร์ที่น่าเชื่อถือ” ซึ่งสามารถรีวิวสินค้าจากประสบการณ์ใช้งานจริง มีอิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจซื้อของพวกเขาครับ

“This Is Me”: ช้อปปิ้งสะท้อนอัตลักษณ์

อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจมากๆ เกี่ยวกับ Gen Z คือเรื่องของ อัตลักษณ์ ครับ สินค้าที่พวกเขาให้ความสนใจเป็นพิเศษคือ ผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเอง ครับ คิดเป็น 36% เลยทีเดียว

ตามมาด้วยอาหารและเครื่องดื่ม, แฟชั่นผู้หญิง, ความงาม และเครื่องประดับแฟชั่น

โดยเฉพาะผู้หญิง Gen Z มีพฤติกรรมการจับจ่ายที่หลากหลายมากๆ และเน้นสินค้าที่สะท้อนตัวตนของพวกเขาอย่างชัดเจน

ส่วนผู้ชาย Gen Z จะให้ความสนใจในแฟชั่นผู้ชายและอุปกรณ์เสริมอิเล็กทรอนิกส์ครับ

เห็นไหมครับว่าการทำความเข้าใจความต้องการและตัวตนของ Gen Z เนี่ย สำคัญจริงๆ เพื่อที่เราจะสามารถพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์พวกเขาได้ตรงจุด

“ส่งฟรี” แชมป์ทุกสมัย: ความคุ้มค่าคือคำตอบ

ในยุคที่เศรษฐกิจท้าทายแบบนี้ หลายคนอาจจะคิดว่า Gen Z จะซื้อของเพราะ “ราคาถูก” เท่านั้น แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลยครับ “ราคาถูก” ไม่ใช่ปัจจัยหลัก ที่ทำให้ Gen Z ตัดสินใจซื้อสินค้าออนไลน์ แต่กลับเป็น “ความคุ้มค่า” ที่จับต้องได้จริงต่างหากครับ

ผู้ดำเนินรายการ: 3 ปัจจัยหลักที่กระตุ้นการตัดสินใจซื้อของพวกเขาคือ:

  1. การส่งฟรี ครับ อันดับหนึ่งเลย คิดเป็น 40%
  2. โปรโมชั่นที่น่าสนใจ 29%
  3. ส่วนลดที่คุ้มค่า 28%

สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าการแข่งขันด้านราคาอาจจะไม่ใช่กลยุทธ์ที่ยั่งยืนนะครับ แต่ธุรกิจควรจะเน้นการสร้างประสบการณ์ที่คุ้มค่าให้แก่ผู้บริโภคมากกว่า

Shopee แพลตฟอร์มครองใจ Gen Z

แล้วแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไหนที่ Gen Z ใช้เยอะที่สุดล่ะครับ?

จากการสำรวจพบว่า Shopee เป็นแพลตฟอร์มอันดับหนึ่งที่ Gen Z ใช้ทั้งในการค้นหาไอเดียและตัดสินใจซื้อสินค้าเลยครับ ด้วยสัดส่วนถึง 52% เลยทีเดียว

แล้วปัจจัยที่สนับสนุน Shopee คืออะไรบ้างน่ะเหรอครับ?

ก็คือ UX/UI ที่ใช้งานง่าย, โปรโมชั่นและส่วนลดที่น่าดึงดูดใจ รวมถึงประสบการณ์ด้านการขนส่งที่น่าเชื่อถือครับ

ส่วนแพลตฟอร์มที่ตามมาคือ Lazada (22%), TikTok (16%) และ Facebook (8%) ครับ

สรุปได้ว่า การทำตลาดกับกลุ่ม Gen Z เนี่ย นักการตลาดต้องก้าวข้ามการคิดแค่เรื่อง “สินค้าที่ดีที่สุด” และ “ราคาที่ถูกที่สุด” ไปได้แล้วนะครับ แต่ต้องให้ความสำคัญกับการส่งมอบ “ความคุ้มค่า” และ “ประสบการณ์ที่ดีที่สุด” ควบคู่ไปกับการนำเสนอ “คอนเทนต์ที่ถูกใจ” และ “วางสินค้าให้ถูกจุด” เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจในยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืนครับ

เปิดแนวคิด Rereef จุดเริ่มต้นครีมกันแดดรักษ์ปะการังแบรนด์ไทย และสินค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

Scroll to Top