Grab แพลตฟอร์มผู้ให้บริการขนส่งและเดลิเวอรี่ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งดำเนินธุรกิจมาครบ 12 ปี ตอกย้ำวิสัยทัศน์การเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดย จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย ได้เปิดเผยถึงกลยุทธ์และแนวคิดเบื้องหลังการมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2040 ภายใต้หลักการ Triple Bottom Line ที่ให้ความสำคัญกับ Performance (ธุรกิจ), People (ผู้คนใน Ecosystem) และ Planet (โลก)
4 เสาหลักขับเคลื่อน Grab สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
Grab ได้วาง 4 เสาหลักในการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน ได้แก่:
- ขยายกองทัพยานยนต์ไฟฟ้า (EV Fleet Expansion): Grab มุ่งมั่นเพิ่มจำนวนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าบนท้องถนนอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีรถ EV ทั้ง 4 ล้อและ 2 ล้อรวมกันกว่า 10,000 คัน และมีแผนขยายไปยัง 13 จังหวัดทั่วประเทศไทย ผ่านโครงการสนับสนุนผู้ขับขี่ เช่น “Drive to Own” ที่ช่วยให้คนขับเป็นเจ้าของรถ EV ได้โดยไม่ต้องวางเงินดาวน์ และสามารถผ่อนชำระได้จากรายได้ประจำวัน ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของผู้ขับขี่ได้อย่างมาก โดยค่าใช้จ่ายลดลงถึง 70%
- สำนักงานพลังงานหมุนเวียน 100% (100% Renewable Energy Offices): Grab ให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานสะอาดในทุกสำนักงาน ไม่ว่าจะเป็น 3 แห่งในประเทศไทย (กรุงเทพฯ 2 แห่ง, เชียงใหม่ 1 แห่ง) และอีก 8 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีการจัดซื้อ Renewable Energy Credit (REC) เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนจากธรรมชาติ เช่น แสงอาทิตย์ ความร้อนใต้พิภพ และพลังงานลม
- เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อสิ่งแวดล้อม (Eco-friendly Technology & Features): Grab ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI และฟีเจอร์ต่างๆ บนแพลตฟอร์มเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น:
- Group Order: ฟีเจอร์ที่ช่วยรวมคำสั่งซื้อจากหลายบุคคลในสถานที่ใกล้เคียงกัน เพื่อลดจำนวนเที่ยวการจัดส่งของไรเดอร์ ช่วยประหยัดน้ำมันและลดการปล่อยมลพิษ
- Saver Delivery: บริการจัดส่งแบบประหยัดที่เปิดโอกาสให้มีการพ่วงออเดอร์จากร้านค้าที่อยู่ใกล้เคียงหรือจัดส่งให้ลูกค้าในเส้นทางเดียวกัน ช่วยลดระยะทางในการขับขี่ได้ถึง 15% และปัจจุบันมีสัดส่วนการพ่วงออเดอร์ในภูมิภาคสูงถึง 40%
- พลังของผู้ใช้งาน (Empowering Users for Green Initiatives): Grab กระตุ้นให้ผู้ใช้งานกว่า 40 ล้านคนทั่วภูมิภาคมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการต่างๆ เช่น:
- การเลือกไม่รับช้อนส้อมพลาสติก: ฟีเจอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง โดย 85-95% ของคำสั่งซื้อเลือกไม่รับช้อนส้อม ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกได้อย่างมหาศาล และยังช่วยให้ร้านอาหารประหยัดต้นทุน
- โครงการบริจาค Green Program Donation: ผู้ใช้งานสามารถบริจาคเงิน 1-2 บาทต่อการเดินทางหรือสั่งซื้อ (รถ 2 ล้อบริจาค 1 บาท, รถ 4 ล้อบริจาค 2 บาท) เพื่อนำไปสมทบทุนในกิจกรรมรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น การปลูกต้นไม้ ซึ่ง Grab ได้ปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 360,000 ต้นในประเทศไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา รวมถึงการซื้อ Carbon Credit และล่าสุดคือโครงการ Biochar (ถ่านชีวภาพ) ที่เปลี่ยนขยะทางการเกษตรเป็นถ่านชีวภาพเพื่อบำรุงดิน ช่วยลดการเผาไหม้และแก้ไขปัญหา PM 2.5
แนวคิด Triple Bottom Line: ก้าวสู่ความยั่งยืนสำหรับทุกคน
จันต์สุดา เน้นย้ำว่า การดำเนินธุรกิจแบบ Triple Bottom Line ทำให้ Grab สามารถสร้างผลประโยชน์ร่วมกันให้กับทุกภาคส่วนใน Ecosystem ไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภคที่ได้เลือกใช้บริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผู้ขับขี่ที่ประหยัดค่าใช้จ่ายและมีรายได้ที่มั่นคง ร้านค้าที่ลดต้นทุนและลดขยะ ไปจนถึงสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น นี่คือแนวคิดที่ Grab เชื่อมั่นและมุ่งมั่นที่จะขยายผลต่อไป เพื่อสร้างโลกที่น่าอยู่ยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน ภายในปี 2040 และต่อๆ ไป
ชมคลิปสัมภาษณ์ คลิกที่นี่







