หลังจากได้สัมผัสเครื่องจริง HONOR 600 และ HONOR 600 Pro สมาร์ทโฟนซีรีส์ล่าสุดที่หลายคนรอคอย สิ่งที่เห็นได้ชัดคือการอัปเกรดแบบจัดเต็ม โดยเฉพาะเรื่องน้ำหนักและความสามารถด้าน AI ที่จะเข้ามาเปลี่ยนประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนให้สนุกยิ่งขึ้น
สัมผัสแรกของ HONOR 600 รุ่นมาตรฐานคือความเบาที่น่าประทับใจมาก มอบความรู้สึกคล่องตัวเวลาถือใช้งาน แม้จะเป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ ส่วนรุ่น HONOR 600 Pro จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพื่อรองรับฮาร์ดแวร์กล้องที่ทรงพลังกว่า แต่ยังคงความพรีเมียมและจับถนัดมือทั้งสองรุ่น
กล้อง Portrait ระดับโปร สีตรงตาเห็น
HONOR 600 Pro มาพร้อมระบบกล้อง 3 ตัวที่รองรับการใช้งานทุกระยะ ตั้งแต่ Ultra-wide 0.6x จนถึงระยะซูมสูงสุด 7x (Hybrid) โดยเฉพาะโหมด Portrait ที่ปรับแต่งมาให้เลือกใช้ได้หลายระยะ (1x, 1.5x, 2x, 3.5x และ 7x) จุดเด่นที่แบรนด์ให้ความสำคัญมากคือการประมวลผลสีสันให้ “ตรงกับที่ตาเห็นมากที่สุด” มอบภาพถ่ายที่ดูเป็นธรรมชาติและสมจริง
ขณะที่ HONOR 600 รุ่นมาตรฐาน มาพร้อมกล้อง 2 ตัว รองรับการซูมในระยะ 1x ถึง 4x และมีโหมด Portrait 3 ระยะหลัก ซึ่งเพียงพอสำหรับการถ่ายภาพทั่วไปให้สวยงามอย่างง่ายดาย
ด้านประสิทธิภาพการทำงาน ทั้งสองรุ่นอัปเกรดมาเพื่อความลื่นไหล:
- HONOR 600 Pro: ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite
- HONOR 600: เลือกใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 7 Gen 4
ทั้งคู่มาพร้อม RAM 12GB และเทคโนโลยี RAM Turbo ที่สามารถขยายเพิ่มได้อีก 12GB (รวมเป็น 24GB) ช่วยให้การสลับแอปพลิเคชันรวดเร็วไม่มีสะดุด ส่วนแบตเตอรี่ให้มาเท่ากันที่ 7000 mAh มั่นใจได้ว่าใช้งานยาวนานตลอดวัน
นอกจากสเปกเครื่องแล้ว ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ฟีเจอร์ AI “Image to Video” ซึ่งเป็นจุดขายหลักของซีรีส์นี้ ผู้ใช้งานสามารถนำรูปถ่ายหรือแม้กระทั่งลายเส้นภาพวาดมาให้ AI ช่วยประมวลผลและ Generate ออกมาเป็นวิดีโอได้อย่างง่ายดาย ตอบโจทย์การสร้างสรรค์คอนเทนต์ยุคใหม่
HONOR 600 Series ทั้งรุ่นมาตรฐาน, รุ่น Pro และรุ่นน้องเล็กอย่าง Lite เตรียมจะเปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการและเปิดให้สั่งจอง (Pre-order) พร้อมโปรโมชันพิเศษภายในสัปดาห์หน้า (20 พ.ค.) สำหรับใครที่กำลังมองหามือถือสายกล้อง AI ที่ให้สีตรงและสเปกแรงไม่ผิดหวังแน่นอน
–HUAWEI Watch Fit 4 ยังน่าใช้อยู่มั้ย ในวันที่ Watch Fit 5 มาแล้ว







