ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ใช่เพียง “ทางเลือก” แต่คือ “ทางรอด” ของธุรกิจ การปรับตัวขององค์กรไทยในปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ จากเดิมที่เพียงแค่ทำความรู้จักว่า AI คืออะไร ไปสู่คำถามที่ท้าทายกว่าคือ “จะนำ AI มาสร้างมูลค่าทางธุรกิจจริงได้อย่างไร?”
ความเคลื่อนไหวล่าสุดจากการแถลงความร่วมมือระหว่าง True Digital Academy และ Thoughtworks ได้ฉายภาพความท้าทายและแนวทางปฏิบัติที่องค์กรไทยต้องเผชิญ เพื่อยกระดับทักษะคนในชาติให้พร้อมรับมือกับคลื่นเทคโนโลยีที่ถาโถมอย่างรวดเร็ว
3 ช่องว่างสำคัญ (Gaps) ที่ฉุดรั้งองค์กรไทย
ดร.ชนนิกานต์ จิรา ผู้อำนวยการ ทรู ดิจิทัล อคาเดมี ได้วิเคราะห์สถานการณ์ AI ในไทยว่ามีการเติบโตด้านความสนใจสูงถึง 4 เท่าในช่วงปี 2024-2025 แต่การจะไปให้ถึงเป้าหมาย AI-First นั้น องค์กรส่วนใหญ่ยังติดกับดัก 3 ประการ:
- Skills Gap (ช่องว่างทางทักษะ): แม้หลายคนจะเริ่มใช้ Prompt พื้นฐานเป็น แต่เทคโนโลยี AI ออกผลิตภัณฑ์ใหม่แทบทุกชั่วโมง การอัปเกรดทักษะให้ทัน “ก้าวต่อไป” (Next Step) จึงเป็นเรื่องยากและเหนื่อยล้าสำหรับบุคลากร
- Adoption Gap (ช่องว่างการประยุกต์ใช้): หลายคนรู้ทักษะแต่ “นึกไม่ออก” ว่าจะเอาไปใช้กับงานตรงหน้าได้อย่างไร อะไรคือ Use Case ที่จะสร้าง Impact จริงๆ ให้กับแผนกของตน
- Scaling Gap (ช่องว่างการขยายผล): หลายองค์กรติดอยู่ในขั้น “โครงการนำร่อง” (Piloting) คือทำได้ดีในกลุ่มเล็กๆ แต่ไม่สามารถขยายการใช้งาน AI ให้ครอบคลุมทั้งองค์กรอย่างเป็นระบบได้
ถอดบทเรียนระดับโลก: AI ไม่ใช่แค่ Chatbot แต่คือ Core Business
ณัฐรินีย์ พัฒนกูล จาก Thoughtworks ได้เสริมมุมมองระดับโลกว่า ปัจจุบันองค์กรชั้นนำก้าวข้ามการมอง AI เป็นเพียงเครื่องมือตอบคำถาม (Chatbot) ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์หลัก โดยมีกรณีศึกษาที่น่าสนใจดังนี้:
- ภาคการธนาคาร: การใช้ AI Agentic เข้ามาช่วยรีวิวเอกสารอนุมัติสินเชื่อ SME จากเดิมที่พนักงาน 1 คนต้องตรวจเอกสารนับร้อยชุด ใช้เวลา 6 สัปดาห์ AI สามารถช่วยลดระยะเวลาเหลือเพียง 2-3 วัน ทำให้พนักงานมีเวลาไปโฟกัสการดูแลลูกค้าในเชิงกลยุทธ์มากขึ้น
- ภาคอุตสาหกรรม (FMCG): ในสถานการณ์วิกฤต เช่น การขนส่งในทะเลแดงหยุดชะงัก AI ช่วยจำลองสถานการณ์และเสนอทางเลือกในการ Redirect สินค้าไปยังท่าเรืออื่น ช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจได้ใน 1 วัน แทนที่จะต้องประชุมกันนานหลายวัน
- ภาคโทรคมนาคม: การนำ AI เข้ามาสนับสนุน Call Center ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาลูกค้าได้จบตั้งแต่ “สายแรก” (First Call Resolution) ถึง 40% ลดความเครียดของพนักงานและเพิ่มความพึงพอใจให้ลูกค้า
โมเดลการสร้างคนฉบับ True Digital Academy: PRMS และ AI-Led Learning
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการสร้าง AI Literacy ให้คนไทย 2 ล้านคนภายในปี 2030 TDA ได้วางโครงสร้างการเรียนรู้แบบครบวงจรผ่านโมเดล PRMS ซึ่งประกอบด้วย:
- Curriculum (หลักสูตร): ครอบคลุมทั้ง AI, Data, Business, Tech และ Human Skills
- Credential (การรับรอง): มีระบบ Assessment และ Outcome Framework วัดผลว่าเรียนแล้วนำไปใช้ได้จริงในเชิงธุรกิจ
- Career (สายอาชีพ): ช่วยบริหารจัดการเส้นทางอาชีพให้ก้าวทันเทคโนโลยี
- Community (ชุมชน): สร้างสภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน
ในการยกระดับพนักงาน True เอง ได้มีการแบ่งระดับทักษะ AI เป็น 3 เลเวล คือ AI Foundation, AI Champion และ AI Builder โดยเน้นการทำ “Mini Hackathon” ในทุกแผนก เพื่อเปลี่ยนความรู้ในตำราให้กลายเป็น Use Case จริงในหน้างาน เช่น ทีม HR ที่พัฒนา AI มาช่วยด้านการโค้ชชิ่งและวัดสมรรถนะพนักงาน
หัวใจสำคัญ: Outcome-Oriented และ AI with Heart
บทสรุปที่สำคัญจากความร่วมมือครั้งนี้คือ การเปลี่ยนวิธีคิด (Mindset Transformation) บุคลากรไม่ควรกลัวว่า AI จะมาแย่งงาน แต่ควรเรียนรู้วิธีใช้ AI เป็น “Partner” เพื่อทำในสิ่งที่มนุษย์ทำไม่ได้ หรือทำได้ช้ากว่า
- Focus on Outcomes: เลิกโฟกัสแค่ขั้นตอน (Process) แต่ให้โฟกัสที่เป้าหมาย (Goals) AI จะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อเรากำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน
- AI with Heart: การลงทุนในเทคโนโลยีต้องมาคู่กับการพัฒนาคนเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่า AI จะถูกใช้งานอย่างมีจริยธรรมและส่งเสริมศักยภาพของมนุษย์อย่างยั่งยืน
ความร่วมมือระหว่าง TDA และ Thoughtworks จึงไม่ใช่แค่การจัดคอร์สสัมมนา แต่คือการสร้าง Use Case Library และมาตรฐานการวัดผลระดับสากล เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยซึ่งปัจจุบันเป็นอันดับ 2 ของอาเซียนด้าน AI Adoption ก้าวขึ้นสู่ผู้นำด้านดิจิทัลอย่างเต็มตัว
–ส่อง 6 เทรนด์ธนาคารปี 2026 เมื่อ AI และเงินดิจิทัลเปลี่ยนโลกการเงินไปตลอดกาล







