เปิดบ้าน i-Cattery: ศูนย์วิจัยโภชนาการและ “แมวนักชิม” มาตรฐานโลกแห่งแรกในไทย

เปิดบ้าน i-Cattery: ศูนย์วิจัยโภชนาการและ "แมวนักชิม" มาตรฐานโลกแห่งแรกในไทย

ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารแมว “i-Cattery” ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นับได้ว่าเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงของประเทศไทยไปอีกขั้น เพราะศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งนี้มุ่งเน้นไปที่การวิจัยโภชนาการเชิงลึกที่ได้มาตรฐานสากล

หากมองย้อนไปในอดีต การพัฒนาอาหารแมวคุณภาพสูงต้องส่งตัวอย่างไปทดสอบความน่ากิน (Palatability) ไกลถึงสหรัฐอเมริกาหรือยุโรป ซึ่งกินเวลานานและมีค่าใช้จ่ายมหาศาล

แล้วทำไมต้องตั้งศูนย์วิจัยในรั้วมหาวิทยาลัย?

การจัดตั้ง i-Cattery ด้วยเงินลงทุนประมาณ 40 ล้านบาท ในมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา มีข้อได้เปรียบอย่างแรก คือช่วยลดระยะเวลาการทำงานได้ถึง 3 เท่าจากเดิมที่ต้องส่งไปสหรัฐอเมริกาหรือยุโรป เพราะอยู่ใกล้โรงงานผลิตในสมุทรสาครเพียง 40 นาที ทำให้การปรับปรุงสูตรอาหารทำได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น

นอกจากความเร็วแล้ว ม.มหิดล ยังมีศักยภาพด้านงานวิจัยและบุคลากรผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ทำให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารแมวแห่งนี้ เป็นศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านสัตวแพทย์และเทคโนโลยีการผลิตอาหารสัตว์ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่ง

เปิดบ้าน iCatery: ศูนย์วิจัยโภชนาการและ "แมวนักชิม" มาตรฐานโลกแห่งแรกในไทย

“บ้านแมวนักชิม” ที่เน้นความสุขเป็นตัวตั้ง

หัวใจของศูนย์วิจัยแห่งนี้ไม่ใช่ห้องแล็บที่ตึงเครียด แต่ถูกออกแบบมาอย่างเป็นระบบเพื่อให้ได้ผลการวิจัยที่แม่นยำที่สุด โดยแมวนักชิมจะมีตารางกิจวัตรประจำวัน ดังนี้

  • ช่วงเช้า (เวลาตื่นนอน): แมวจะเริ่มตื่นนอนและทำกิจกรรมส่วนตัวในช่วงเช้าตรู่เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับวัน
  • ช่วงสาย (พักผ่อน): หลังตื่นนอน แมวจะมีช่วงเวลาพักผ่อนหรือนอนหลับพักผ่อนในช่วงสายของวัน
  • ช่วงบ่าย (เวลาทำงาน): แมวจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ “นักชิม” ในช่วงเวลาประมาณ 15:00 น.
  • ระยะเวลาการทำงาน: ในหนึ่งวัน แมวจะใช้เวลาในการทำงานหรือการทดสอบอาหารประมาณ 3 ชั่วโมงเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดความเหนื่อยล้าจนเกินไป
  • ช่วงเย็น: หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการทำงาน แมวจะกลับเข้าสู่ช่วงเวลาของการพักผ่อนตามอัธยาศัย

และจะมีการกำหนดวันหยุดพักผ่อนให้กับแมวในทุกเดือน

นอกจากมาตรฐานด้านการวิจัยแล้ว ศูนย์วิจัยแห่งนี้ยังเป็นบ้านที่ออกแบบตามหลัก “Five Freedoms” หรืออิสรภาพ 5 ประการ เพื่อให้สอดคล้องกับสวัสดิภาพสัตว์มากที่สุด คือ

  • ได้รับอาหารและน้ำที่สะอาด อย่างเพียงพอและเหมาะสมตามวัย
  • มีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม ปลอดภัย หลบแดดฝนได้ มีที่นอนสบายและสะอาด
  • ได้รับการดูแลรักษาสุขภาพ การรักษาโรค และการป้องกันโรค (ทำวัคซีน)
  • สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ไม่ถูกทารุณกรรม หรือทำให้หวาดกลัว
  • มีพื้นที่เพียงพอ มีของเล่น หรือสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมพฤติกรรมปกติ เช่น การฝนเล็บ การปีนป่าย

หากสรุปง่ายๆ คือ ทำให้แมวมีความสุขที่สุดและแสดงพฤติกรรมการกินอย่างเป็นธรรมชาติ แมวนักชิมจะได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปราศจากความกลัวและความหิวโหย มีพื้นที่ให้เล่น (Playground) และได้รับการดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิดจากทีมสัตวแพทย์

อีกหนึ่งจุดเด่นของศูนย์แห่งนี้คือ การออกแบบให้แมวสามารถมองเห็น “ม้า” ในคอกม้าของมหาวิทยาลัยได้จากในบ้าน ซึ่งช่วยกระตุ้นความสนใจและลดความเครียดได้อีกด้วย

เปิดบ้าน iCatery: ศูนย์วิจัยโภชนาการและ "แมวนักชิม" มาตรฐานโลกแห่งแรกในไทย

คัดเลือก “นักชิมมือโปร” อย่างไรให้ได้ผลที่แม่นยำ

ปัจจุบัน i-Cattery มีแมวประจำการทั้งหมด 52 ตัว ซึ่งผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มงวดจากแมวมากกว่า 240 ตัว โดยต้องผ่านการตรวจสุขภาพอย่างละเอียด ทั้งโรคติดต่อ พยาธิ และไวรัสในเลือด

แมวทุกตัวต้องผ่านการฝึกฝน (Training) นานถึง 3 เดือน เพื่อเรียนรู้ขั้นตอนการทดสอบอาหาร และต้องผ่านการสอบวัดระดับพฤติกรรมการกินก่อนจะได้รับคัดเลือกเป็นแมวนักชิมตัวจริง

ทำให้แมวนักชิมทุกตัวในศูนย์ฯ แห่งนี้ มีมาตรฐานเทียบเท่ากับแมวนักชิมในศูนย์วิจัยในยุโรปและอเมริกา

ไม่เพียงเท่านั้น เพื่อรักษามาตรฐานยังมีการทดสอบความแม่นยำ (Panel Qualification) ทุก 6 เดือน และตรวจสอบซ้ำทุกปีเพื่อให้มั่นใจในคุณภาพการทดสอบระดับสากล

เปิดบ้าน i-Cattery: ศูนย์วิจัยโภชนาการและ "แมวนักชิม" มาตรฐานโลกแห่งแรกในไทย

ก้าวต่อไปของอุตสาหกรรม Pet Food ไทย

ปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 2 ของโลก และกำลังขยับอันดับขึ้นเรื่อยๆ i-Cattery จึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมอาหารแมวไทยให้ก้าวสู่ระดับพรีเมียม

งานวิจัยที่นี่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความอร่อย แต่ยังครอบคลุมถึงอาหารสูตรเฉพาะสำหรับแมวในแต่ละช่วงวัย และแผนการพัฒนา อาหารรักษาโรค อาหารเสริม และกลุ่ม โภชนเภสัช ที่มีงานวิจัยรองรับอย่างแข็งแกร่งในอนาคต

ความสำเร็จของ i-Cattery คือเครื่องพิสูจน์ว่างานวิจัยของไทยสามารถสร้างผลกระทบในระดับโลก ช่วยให้แมวทั่วโลกได้กินอาหารที่ทั้งอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน

เจาะกลยุทธ์ Immunity Marketing: เมื่อ True ไม่ได้ขายแค่ “โปร” แต่ขาย “ความจริงใจ”

Scroll to Top