ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเป็นปรากฏการณ์พลิกโฉมเศรษฐกิจโลก สร้างสนามแข่งขันดิจิทัลครั้งใหม่ ซึ่ง ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมและดิจิทัล เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ฉายภาพและแนวทางสำหรับประเทศไทยในการก้าวขึ้นเป็น ผู้นำดิจิทัลอาเซียน บนเวที The Standard Economic Forum 2025 โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้จุดแข็งที่มี พร้อมเร่งปิดช่องว่างเชิงกลยุทธ์ด้วย “3Ps” (Policy, People, Partner)
AI: การปฏิวัติครั้งใหม่จากยุคไฟฟ้าสู่ ‘Everything-as-a-Service’
ซิกเว่ เปรียบเทียบการมาถึงของ AI กับการกำเนิดของ ไฟฟ้า ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 2 ซึ่งเริ่มต้นอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะเข้ามาเปลี่ยนโลกอย่างสิ้นเชิง ปัจจุบัน AI ได้รวมเข้ากับข้อมูลและระบบอัตโนมัติ ทำให้ศักยภาพเพิ่มสูงขึ้น และเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางโมเดลธุรกิจไปสู่รูปแบบ “การบอกรับสมาชิก” (Subscription) หรือ “Everything-as-a-Service (XaaS)” ที่ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของสินค้าอีกต่อไป แต่จ่ายค่าบริการรายเดือนแทน
การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้บริษัทกลุ่มเทคโนโลยี เช่น NVIDIA, Apple, Microsoft, และ Alphabet ก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก สะท้อนว่าเทคโนโลยีดิจิทัลได้ทำหน้าที่เป็น ระบบเศรษฐกิจ ด้วยตัวมันเอง โดย World Economic Forum คาดการณ์ว่า 70% ของการเติบโตทางเศรษฐกิจในอีก 10 ปีข้างหน้า จะมาจากธุรกิจที่มีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นรากฐาน
ไทยมีแต้มต่อ: โครงสร้างพื้นฐานแกร่ง แต่มีช่องว่างใหญ่รอเติมเต็ม
ไทยมีจุดแข็งด้านความพร้อมบนสนามดิจิทัล โดยรายงานของ IMD จัดอันดับให้ไทยอยู่ในสถานะ อันดับต้น ๆ ของโลก ในมิติความพร้อมด้าน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ทั้งจากการลงทุนต่อ GDP และความเร็วแบนด์วิดท์อินเทอร์เน็ตที่เป็นอันดับ 8 ของโลก การควบรวมกิจการของทรู คอร์ปอเรชั่น ก็เป็นส่วนสำคัญในการยกระดับโครงข่าย 4G/5G ให้ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งถือเป็น กระดูกสันหลังทางดิจิทัล (digital backbone) ที่แข็งแกร่งสำหรับการพัฒนา AI
นอกจากนี้ ไทยยังมีความตื่นตัวในระดับบุคคลสูงมาก โดย 75% ของคนไทย ได้ทดลองใช้เครื่องมือ AI เช่น ChatGPT แล้ว และยังเป็น 1 ใน 3 ประเทศของอาเซียนที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจดิจิทัลที่เร็วที่สุด จากความก้าวหน้าของอีคอมเมิร์ซและการทำธุรกรรมดิจิทัลที่สูง
อย่างไรก็ตาม ยังมี ช่องว่างสำคัญ ที่ต้องเร่งแก้ไข:
- การประยุกต์ใช้ AI ในภาคอุตสาหกรรม: การใช้งาน AI ส่วนใหญ่ยังอยู่ในฐานะ ผู้บริโภค ขณะที่ภาคการผลิต เกษตร และค้าปลีก ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลัก ยังไม่เห็นการนำ AI ไปใช้เชิงลึกเพื่อเพิ่มผลิตภาพและประสิทธิภาพของซัพพลายเชน
- วงการสตาร์ตอัพ: รายงานของ OECD ชี้ว่า สตาร์ตอัพไทยได้รับเงินลงทุนจาก VC ในอาเซียนเพียง 4% (เทียบกับสิงคโปร์ 40%) ทำให้ไทยมี Unicorn เพียง 5 ตัว ในขณะที่สิงคโปร์มี 20 ตัว คุณซิกเว่ชี้ว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การขาดไอเดีย แต่อยู่ที่การขาดเม็ดเงินลงทุนและความสามารถในการขยายตลาด
เปิดสูตร ‘3Ps’ เพื่อช่วงชิงความเป็นผู้นำดิจิทัล
ซิกเว่ ระบุว่า คำถามสำหรับประเทศไทยไม่ได้อยู่ที่ “ความพร้อม” แต่เป็นเรื่องของ “ความเร็ว” ในการเปลี่ยนแปลง เพื่อช่วงชิงความเป็นผู้นำดิจิทัลของภูมิภาค โดยเสนอ 3 ความท้าทายเชิงกลยุทธ์ (3Ps) ที่สำคัญต่อการต่อสู้บนสมรภูมิ AI:
1. Policy (นโยบาย): รัฐบาล = ผู้กำกับดูแลและผู้ส่งเสริมระบบนิเวศ
รัฐบาลต้องออกแบบนโยบายที่ส่งเสริม นวัตกรรม ด้วยความเร็วและความยืดหยุ่นของกฎเกณฑ์ รวมถึงกำหนดนโยบายฐานรากเพื่อสร้างหลักประกันให้เกิด:
- Equitable Access: การเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม
- Ethical Digital & AI: การสร้างความเชื่อมั่นผ่านระบบธรรมาภิบาลที่มีจริยธรรมและโปร่งใส
- Entrepreneurial Opportunity: สภาพแวดล้อมที่ส่งผลบวกต่อผู้ประกอบการและนวัตกรรม
2. People (บุคลากร): สร้างวัฒนธรรมร่วมมือระหว่างคนกับ AI
เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าจะไร้ความหมายหากขาดบุคลากรที่รู้จักใช้มัน ประเทศไทยต้องเตรียมพร้อมสำหรับตำแหน่งงานใหม่กว่า 170 ล้านตำแหน่งที่จะถูกแทนที่ด้วยทักษะใหม่ในปี 2573 โดยเน้นที่:
- Inclusive Digital Upskilling: การอัพสกิลดิจิทัลอย่างเท่าเทียม
- AI Leadership & Expertise: การพัฒนาและสนับสนุนการวิจัย เพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญ AI รุ่นใหม่
- Human-AI Collaboration Culture: ส่งเสริมการทำงานร่วมกันเพื่อดึงศักยภาพสูงสุดของ AI มาผสานเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ เป้าหมายคือการทำงานร่วมกับ AI ไม่ใช่การแข่งขันกับ AI
3. Partner (ความร่วมมือ): เปิดประเทศสู่ความร่วมมือระดับโลก
แม้ว่างบลงทุนด้านการวิจัยของไทยจะคิดเป็น 1% ของ GDP ซึ่งต่ำกว่าประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม แต่ช่องว่างนี้สามารถปิดลงได้ผ่าน ความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน รวมถึงการส่งเสริม ความร่วมมือข้ามพรมแดน เพื่อกระตุ้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และบุคลากร การร่วมมือระดับภูมิภาคระหว่างสถาบันการศึกษาและเอกชนจะเป็นกุญแจสำคัญในการเติมเต็มทรัพยากรบุคคลด้าน AI สู่ตลาด
ซิกเว่ กล่าวทิ้งท้ายว่า วันนี้ประเทศไทยยืนอยู่ในจุดที่มี แสงสว่างส่องให้เห็นทางเดิน ไปข้างหน้าแล้ว ด้วยปัจจัยเกื้อหนุนทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ความตื่นตัวของประชาชน และที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ สิ่งที่เหลือคือ “ความกล้า” ที่จะลุยต่ออย่างไม่หยุดยั้ง เพราะการแข่งขันบนสนามดิจิทัลได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และไทยต้อง เดินนำ ไม่ใช่แค่การไล่ตาม







