ถอดรหัส 3 กูรูการเงิน: ย้ำชัด ไม่มี “สูตรสำเร็จ” สู่ความมั่งคั่ง! ชี้อันตราย “Fake Money” บนโซเชียลฯ

ถอดรหัส 3 กูรูการเงิน: ย้ำชัด ไม่มี "สูตรสำเร็จ" สู่ความมั่งคั่ง! ชี้อันตราย "Fake Money" บนโซเชียลฯ

การเสวนาในหัวข้อที่มุ่งเน้นการวางแผนการเงินส่วนบุคคลในงาน Thailand Blockchain Week 2025 ได้เชิญ 3 ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและการลงทุนชั้นนำ ได้แก่ คุณกวี ชูกิจเกษม (นักลงทุนสาย VI), ดร.พงศ์ธร ธาราไชย (จากเพจ ปป.รวยกว่าย่อมดีกว่า), และ คุณณัฐชนก มานะสมจิตร (จากเพจ GEE Money & More) มาร่วมให้ข้อคิดเห็นที่น่าสนใจ โดยมีข้อสรุปที่ตรงกันว่า “Personal Finance ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว” เนื่องจากแต่ละบุคคลมีต้นทุนชีวิตและความสามารถที่แตกต่างกัน

ปรับแผนการเงินให้ “ตรงกับตัวตน” อย่าโทษต้นทุนชีวิต

กวี ชูกิจเกษม มองว่าการวางแผนการเงินสามารถเริ่มต้นได้ทุกเมื่อ แต่สิ่งสำคัญคือต้องยอมรับว่าไม่มีสูตรใดใช้ได้กับทุกคน การค้นพบตัวตนที่แท้จริงต้องอาศัยเวลาและการเรียนรู้จากความเจ็บปวดในการลงทุน เพื่อนำมาปรับใช้ในการสร้างอิสรภาพทางการเงินในแบบฉบับของตนเอง

ด้าน ณัฐชนก มานะสมจิตร หรือพี่กี๋ เน้นย้ำว่าแผนการเงินที่ดีต้องเกิดจากการ Balance ระหว่าง Ability (ความสามารถ) เช่น เงิน, เวลา, และต้นทุนชีวิต กับ Willingness (ความต้องการ) ซึ่งหมายถึงระดับความเสี่ยงที่รับได้ การโทษต้นทุนชีวิตเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ควรเริ่มต้นด้วยการให้ความสำคัญกับเงินก้อนเล็ก ๆ และวางแผนไปข้างหน้า

ขณะที่ ดร.พงศ์ธร ธาราไชย หรือพี่ปป เสริมว่าก่อนอื่นต้องเข้าใจศักยภาพของตนเอง แล้วจึงกำหนดเป้าหมายที่แท้จริง โดยเน้นการคำนวณ Carrying Cost หรือค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตไปจนถึงอายุที่กำหนด พร้อมทั้งคิดเผื่อคนรอบข้างด้วย การตั้งเป้าหมายเป็นตัวเลขกลม ๆ โดยไม่คำนวณค่าใช้จ่ายที่แท้จริงจึงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

“Fake Account” และ “ไฮไลท์” บนโซเชียลฯ: แรงผลักดันหรือกับดัก?

ผู้เชี่ยวชาญทั้งสามท่านได้เตือนถึงความอันตรายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการเห็นความสำเร็จ หรือ Portfolio มหาศาลบนโซเชียลมีเดีย

คุณกวี เตือนให้ระวัง “Fake Account” และ “Fake Money” ที่ใช้ Demo Account ในการเทรดแบบ Real Time ด้วยเงินปลอม ซึ่งทำให้ผู้รับชมเข้าใจผิดว่าความสำเร็จนั้นเกิดขึ้นจริงได้ง่าย หากสูตรเหล่านี้ใช้ได้จริง สัดส่วนของผู้ประสบความสำเร็จทางการเงินในสังคมไทยคงไม่ต่ำเพียง 5% ดังนั้นจึงไม่ควรเชื่อสิ่งที่เห็นทั้งหมด

ดร.พงศ์ธร ยืนยันว่า “อย่าเชื่อผม” และการเปรียบเทียบกับผู้อื่นนั้นแสดงถึงการไม่ชอบตัวตนของเราเอง คนที่เก่งจริงจะไม่พาคนอื่นไปเทรด เพราะไม่มีใครถูกต้องทุกครั้งและไม่ต้องการให้ผู้อื่นมาเผชิญความผิดพลาดร่วมกับตนเอง

ด้าน คุณณัฐชนก มองว่าการดูผู้อื่นไม่ผิด เพราะความอิจฉาเป็นธรรมชาติและสามารถเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันได้ แต่ต้องมีวิจารณญาณในการเชื่อ เพราะสิ่งที่เห็นเป็นเพียง “ไฮไลท์” ของชีวิต ความอันตรายจะเกิดขึ้นเมื่อนำสิ่งของที่เห็นมาเป็นวิธีหรือเส้นทางที่ต้องทำตามโดยปราศจากการวิเคราะห์ เช่น เห็นคนรวยคริปโตแล้วตามไปลงทุนใน Futures ทันที

“เวลา” และ “ความสุข” กุญแจสู่ความมั่งคั่งที่ยั่งยืน

ในส่วนของการสรุป คุณกวี ได้อ้างอิงคำกล่าวของ Warren Buffett เน้นย้ำว่า “ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน…บางเรื่องต้องใช้เวลา” การลงทุนและการวางแผนทางการเงินต้องใช้เวลา ขอให้ทุกคนมีความอดทน

คุณณัฐชนก เน้นว่า “ความสุขควรมาคู่กับเรื่องเงิน” การลงทุนที่ดีต้องทำให้เราได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและไม่เครียด การพยายาม Balance และไม่กดดันตัวเองมากเกินไปเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากไม่มีความสุข เงินที่ได้มาอาจกลายเป็นตัวขยายด้านลบ

ปิดท้ายด้วย ดร.พงศ์ธร ที่เน้นย้ำหลักการที่สำคัญที่สุดคือ “Trust is a new currency” (ความน่าเชื่อถือคือสกุลเงินใหม่) หากเสียความน่าเชื่อถือแล้วคือจบ นอกจากนี้ยังกล่าวถึงหลักการลงทุนที่เรียกว่า “เมีย 3 ตามตำรา” ซึ่งเป็นการแบ่งพอร์ตลงทุนเป็น 3 ส่วน และหลัก “จิ้มจ่ายจบ” สำหรับการลงทุนแบบสไนเปอร์ โดยย้ำว่านี่คือภาพของการลงทุน ไม่ใช่การใช้ชีวิตส่วนตัว

“Bitcoin ยังไม่จบรอบ!” กูรูชี้ปัจจัยภายนอกกดราคา แนะจับตา “สงครามเทค-การเงิน” สหรัฐฯ-จีน หนุนตลาดคริปโท 3 ปีข้างหน้า

Scroll to Top