นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงผลการปฏิบัติงานเชิงรุกของคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ยกระดับปฏิบัติการกวาดล้าง “แก๊งสแกมเมอร์” และ “คอลเซ็นเตอร์” ที่สร้างความเสียหายมหาศาลแก่ประชาชน โดยเน้นย้ำว่าปัญหา Cybercrime ไม่ได้เป็นเพียง “วาระแห่งชาติ” ของไทย แต่เป็น “วาระแห่งโลก” ที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศในการจัดการกับภัยคุกคามข้ามชาติอย่างจริงจัง
รัฐบาลประกาศสงครามอาชญากรรมเทคโนโลยี
นายไชยชนก กล่าวภายหลังการแถลงผลการปฏิบัติงานร่วมกับ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผอ.ศปอส.ตร.) พล.ต.ท. ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) และพล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) ณ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญสูงสุดในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้ยกระดับให้เป็น “วาระแห่งชาติ” พร้อมจัดตั้งคณะกรรมการอำนวยการฯ เพื่อดำเนินการจัดการปัญหาภัยร้ายนี้
ยกระดับสู่ “วาระแห่งโลก” สร้างความร่วมมือปราบปรามข้ามชาติ
รัฐมนตรีดีอี เน้นย้ำว่า การตระหนักถึงภัย Cybercrime ในระดับนานาชาติทำให้ปัญหาดังกล่าวถูกยกระดับเป็น “วาระแห่งโลก” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการนำไปสู่ความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างประเทศเพื่อปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้ โดยได้มีการดำเนินงานในเวทีนานาชาติเพื่อเสริมสร้างกลไกการต่อต้านอย่างต่อเนื่อง:
- เวทีอาเซียน-ยูเนสโก: เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 นายไชยชนก ได้กล่าวถึงปัญหาและร่วมหารือแนวทางเชิงนโยบายกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลในงาน ‘ASEAN–UNESCO Multistakeholder Forum on the Governance of Digital Platforms’ เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชน ความปลอดภัย และความรับผิดชอบร่วมกัน
- ลงนามอนุสัญญาสหประชาชาติฯ: เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2568 กระทรวงดีอี ได้ร่วมลงนามใน อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ (United Nations Convention against Cybercrime) ณ ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นความร่วมมือของ 68 ประเทศและสหภาพยุโรป (EU) เพื่อสร้างมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ พร้อมทั้งยกระดับความร่วมมือและความช่วยเหลือระหว่างประเทศ
ปฏิบัติการเชิงรุก “ป้องกัน-ปราบปราม-ตอบโต้”
การบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่าง ดีอี และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นการยกระดับการทำงานเข้าสู่ ปฏิบัติการเชิงรุก โดยเน้นย้ำในมิติ “ป้องกัน ปราบปราม และตอบโต้” อย่างรวดเร็วทันทีและมีประสิทธิภาพ
นายไชยชนก ยืนยันในตอนท้ายว่า รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมใช้ทุกวิถีทางในทุกมิติเพื่อจัดการกับปัญหาภัยสแกมเมอร์ในประเทศไทยให้ความเสียหายของประชาชนลดลงให้ได้มากที่สุด เพื่อคืนความปลอดภัยและความเชื่อมั่นสู่สังคมไทย







