สถาบันวิทยาการผู้นำไทย-จีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ เดินหน้าเปิดหลักสูตร วิทยาการผู้นำไทย–จีน (วทจ.) รุ่น 8 เพื่อยกระดับศักยภาพผู้นำไทยให้พร้อมรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะบทบาทของจีนซึ่งยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักของการเติบโตในระดับสากล
ในวันที่โลกการค้าเผชิญแรงสั่นสะเทือนจากสงครามการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ไทย–จีน กำลังยกระดับจากเพียง “คู่ค้า” สู่ “พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์” ที่ซับซ้อนขึ้น การเข้าใจจีนในเชิงโครงสร้างและนโยบายจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขสำคัญของการอยู่รอดในเศรษฐกิจโลก
สัมพันธ์ไทย-จีน ในยุคทองและโอกาสจากตลาดขนาดใหญ่
ฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ระบุในพิธีเปิดหลักสูตรว่า ความสัมพันธ์ไทย–จีนกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ สะท้อนจากความเชื่อมั่นและความร่วมมือในทุกมิติ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และการพัฒนาที่ยั่งยืน
ในปี 2025 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจจีนยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ร้อยละ 5 ซึ่งสูงกว่าประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วส่วนใหญ่ โดยมีขุมพลังสำคัญคือ “ตลาดขนาดใหญ่พิเศษ” (Super-large scale market) จากกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางกว่า 400 ล้านคน ซึ่งพร้อมสร้างโอกาสใหม่ให้กับโลกผ่านการพัฒนาอย่างมีคุณภาพและการเปิดประเทศในระดับสูง
แผนพัฒนาฉบับที่ 15: เข็มทิศใหม่ที่ไทยต้องตามให้ทัน
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการปรับตัวตาม แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (ปี 2026–2030) ของจีน ที่เน้นการพึ่งพาตนเองด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศไทย จีนพร้อมแบ่งปันโอกาสและร่วมกับไทยในการสร้างเสถียรภาพให้กับห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค
วทจ. 8: หลักสูตรยุทธศาสตร์เพื่อผู้นำยุคใหม่
อรัญ เอี่ยมสุรีย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันวิทยาการผู้นำไทย–จีน ย้ำว่า วทจ. รุ่นที่ 8 ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้นำเข้าใจจีนอย่างรอบด้าน ทั้งเชิงนโยบาย เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี เพื่อรับมือกับสงครามการค้าและการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจจีนโดยเฉพาะ
เนื้อหาในรุ่นนี้มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถ “คิดเป็น ตัดสินใจเป็น และเชื่อมโยงเครือข่ายได้จริง” ผ่านการถ่ายทอดจากผู้เชี่ยวชาญระดับนโยบายและการศึกษาดูงานในประเทศจีน เพื่อให้ผู้นำไทยไม่ตกขบวนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกเศรษฐกิจยุคใหม่
–เปิดสถิติประชากรไทยปี 2568 จำนวนพุ่งแตะ 70.3 ล้านคน แต่อัตราการเกิดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์







