คลื่นความไม่พอใจซัดถล่มเมืองใหญ่ทั่วยุโรปอย่างหนักเมื่อวันเสาร์ (31 ต.ค.) ที่ผ่านมา ประชาชนจำนวนมหาศาลพร้อมใจกันนัดหมายผ่านโซเชียลมีเดีย ออกมาเดินขบวนประท้วงขับไล่ปัญหาปากท้อง บีบให้รัฐบาลยกระดับสวัสดิการและบริการสาธารณะ แก้ปัญหาวิกฤตค่าครองชีพ ตลอดจนความยากลำบากในการเข้าถึงที่อยู่อาศัย ขณะที่บางประเทศลุกลามสู่ความขัดแย้งทางการเมืองและสถาบันสาธารณะ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วทั้งทวีปต้องยกระดับมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุดเพื่อคุมสถานการณ์
ฝรั่งเศสกลายเป็นหนึ่งในจุดปะทะที่ตึงเครียดที่สุด โดยมีผู้เข้าร่วมชุมนุมทั่วประเทศตามการประเมินของทางการอยู่ที่ราว 3.2 แสนคน ในจำนวนนี้อยู่ในกรุงปารีสราว 70,000 คน ขณะที่ฝั่งผู้จัดงานประเมินยอดรวมสูงเกือบ 5 แสนคน และมีผู้ร่วมชุมนุมในเมืองหลวงถึง 2 แสนคน ทางการฝรั่งเศสต้องระดมกำลังตำรวจและทหารราว 70,000 นายเข้าควบคุมฝูงชน แม้การชุมนุมส่วนใหญ่จะเป็นไปอย่างสงบ แต่เกิดเหตุปะทะรุนแรงในหลายเมือง ส่งผลให้ โลรองต์ นูเญซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการภายใน แถลงตัวเลขผู้ถูกจับกุมทั่วประเทศเบื้องต้นแล้ว 422 ราย
เยอรมนี เผชิญการเคลื่อนไหวในเมืองต่างๆ มากกว่า 30 แห่ง ผู้ชุมนุมกว่า 68,000 คน จากการสำรวจใน 12 เมือง ออกมาแสดงจุดยืนเรียกร้องให้ภาครัฐอัดฉีดงบลงทุนในบริการสาธารณะ บรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่พุ่งสูง และส่งเสียงคัดค้านการนำระบบเกณฑ์ทหารภาคบังคับกลับมาใช้
อิตาลี เกิดการรวมตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณใกล้สนามกีฬาโคลอสเซียมในกรุงโรม ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวต่อเนื่องจากการนัดหยุดงานทั่วประเทศของสหภาพแรงงานในเมืองต่างๆ กว่า 60 แห่งเมื่อวันศุกร์ (30 ต.ค.) ที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นหลักยังคงอยู่ที่วิกฤตค่าครองชีพและบริการสาธารณะ โดยสหภาพแรงงานประเมินว่ามีผู้เข้าร่วมมากถึง 1.5 ล้านคน ขณะที่กระทรวงกิจการภายในระบุยอดผู้เข้าร่วมที่ราว 2.55 แสนคน
โปรตุเกส มีประชาชนในกรุงลิสบอนและเมืองปอร์โต เมืองละกว่า 1,000 คน ออกมาประท้วงเรียกร้องสิทธิและการเข้าถึงที่อยู่อาศัย โดยกลุ่มผู้ชุมนุมในเมืองหลวงเดินขบวนสู่จัตุรัสรอสซิโอเพื่อปักหลักค้างคืน หลังจากก่อนหน้านี้ในวันที่ 25 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าสลายจุดตั้งแคมป์ชุมนุมในทั้งสองเมืองมาแล้ว
แอลเบเนีย การชุมนุมขับเคี่ยวเข้าสู่วันที่ 19 ในกรุงติรานา ผู้ประท้วงส่งเสียงเรียกร้องให้ปฏิรูปการศึกษา ยกระดับคุณภาพชีวิต และกดดันให้นายกรัฐมนตรี เอดี รามา ลาออกจากตำแหน่ง โดยมีพรรคประชาธิปไตยซึ่งเป็นฝ่ายค้านหนุนหลัง สถานการณ์ทวีความตึงเครียดจนเกิดการขว้างปาก้อนหินและระเบิดขวดใส่แนวตั้งรับของตำรวจ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องยิงแก๊สน้ำตาและฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อเข้าควบคุมพื้นที่
โปแลนด์ เกิดความขัดแย้งเกี่ยวกับโครงสร้างและการแต่งตั้งผู้บริหารศาลรัฐธรรมนูญ จนประชาชนรวมตัวประท้วงตามท้องถนนในกรุงวอร์ซออย่างต่อเนื่องตั้งแต่ค่ำวันศุกร์จนถึงวันเสาร์ โดยตำรวจควบคุมตัวผู้ประท้วงไป 4 คน
เนเธอร์แลนด์ เจ้าหน้าที่ตำรวจตัดสินใจสลายการรวมตัวใกล้สถานีรถไฟกลางกรุงเฮก พร้อมจับกุมผู้ชุมนุม 34 คน และเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่ใจกลางเมือง ภายหลังพบการปลุกระดมผ่านสื่อออนไลน์ให้ก่อเหตุปล้นสะดมและทำลายทรัพย์สิน จนร้านค้าหลายแห่งต้องนำแผ่นไม้มาปิดป้องกันหน้าร้าน
สเปน ตำรวจตรึงกำลังเข้มข้นในเมืองเศรษฐกิจหลักทั้งกรุงมาดริด บาร์เซโลนา และบาเลนเซีย เพื่อสกัดกั้นการรวมตัวหลังมีการนัดหมายผ่านทางออนไลน์ โดยมุ่งเน้นการป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวายซ้ำรอยการประท้วงเมื่อสุดสัปดาห์ก่อนในบาร์เซโลนา ซึ่งในครั้งนั้นส่งผลให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 15 นาย และมีการจับกุมผู้ก่อเหตุไป 128 คน
แฟ้มภาพซินหัว : ผู้ประท้วงในเมืองลีลล์ของฝรั่งเศส วันที่ 31 ต.ค. 2026
ที่มา Xinhua






